ข้อบังคับบริษัท
หนังสือรับรองการเป็นบริษัท
หนังสือบริคณฑ์สนธิ
จรรยาบรรณธุรกิจ
นโยบายการต่อต้านคอร์รัปชั่น

นโยบายการกำกับดูแลกิจการ

คณะกรรมการบริษัทฯ ตระหนักถึงหลักการของการกำกับดูแลกิจการที่ดี ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการ ดำเนินกิจการของบริษัทฯ เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังมีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มมูลค่า และผลตอบแทนสูงสุดแก่ผู้ถือหุ้น และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายในระยะยาว คณะกรรมการบริษัทฯ จึงได้กำหนดและให้ความเห็นชอบนโยบายการกำกับดูแลกิจการเพื่อส่งเสริมความโปร่งใส ในการบริหารกิจการของบริษัทฯ คุ้มครองสิทธิของผู้ถือหุ้นรายย่อย และผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน ส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นได้เข้ามามีส่วนร่วมในการควบคุมดูแลการดำเนินการของบริษัทฯ กำหนดให้มีการบริหารความเสี่ยงเพื่อให้กิจการของบริษัทฯ มีความมั่นคง และกำหนดปรัชญาและจรรยาบรรณในการทำธุรกิจ เพื่อให้การดำเนินธุรกิจของบริษัทเป็นไปด้วยความโปร่งใส สุจริต ยุติธรรม และมีความรับผิดชอบต่อสังคมนโยบายการกำกับดูแลกิจการนั้นได้กำหนดให้มีการจัดทำขึ้นตามหลักการกำกับดูแลที่ดี ซึ่งคณะกรรมการบริษัทได้พิจารณาปรับปรุงและอนุมัตินโยบายการกำกับดูแลกิจการเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นการยกระดับการกำกับดูแลกิจการของบริษัทฯ ให้มีมาตรฐานยิ่งขึ้น และสอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย บริษัทฯ ได้จัดทำคู่มือการกำกับดูแลกิจการที่ดี และจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจเพื่อให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทฯ ทั้งคณะกรรมการ คณะผู้บริหาร และพนักงาน ได้ยึดถือเป็นแนวปฏิบัติที่ดีในการปฏิบัติหน้าที่ที่รับผิดชอบ นอกจากนั้น บริษัทฯ ยังได้จัดทำจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจโดยได้รวบรวมไว้ในคู่มือฉบับดังกล่าวอีกด้วย เนื่องด้วยบริษัทฯ ต้องการที่จะส่งเสริมให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ปฏิบัติงาน และดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ อย่างโปร่งใสตรงไปตรงมา เป็นไปตามกฎหมาย ยึดมั่นในคุณธรรมและจริยธรรม หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจนำไปสู่การขัดแย้งกับธุรกิจของบริษัทฯ รวมทั้งผู้บริหารควรเป็นแบบอย่างที่ดีต่อผู้ใต้บังคับบัญชาของตนอีกด้วย

คณะกรรมการบริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะดูแลให้มีการปฏิบัติตามนโยบาย และแนวปฏิบัติอย่างเคร่งครัด และจะพัฒนาการกำกับดูแลกิจการ ของบริษัทฯ อย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมความพร้อมให้บริษัทฯ ก้าวไปสู่การกำกับดูแลกิจการในระดับสากล ทั้งนี้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการสร้างความมั่นคง และความเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง และยั่งยืนให้กับองค์กร ผู้ถือหุ้น รวมทั้ง ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน โดยมุ่งเน้นการรักษามาตรฐาน และการพัฒนาการกำกับดูแล รวมถึงส่งเสริมให้การกำกับดูแลที่ดีให้เป็นวัฒนธรรมขององค์กร โดยมีสาระสำคัญดังนี้

  • มีการจัดทำคู่มือการกำกับดูแลกิจการที่ดีและจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ ให้พนักงานได้ อ่านและลงนามว่าจะปฏิบัติตาม จรรยาบรรณของบริษัท รวมถึงเมื่อมีพนักงานเข้าใหม่ก็จะได้ส่งมอบคู่มือดังกล่าวให้พนักงานได้อ่านและทำความเข้าใจและลงนามเพื่อลงนามว่าจะปฏิบัติตามจรรยาบรรณของบริษัท
  • การปฐมนิเทศพนักงานใหม่ เพื่อให้ข้อแนะนำและให้เข้าใจวัฒนธรรมองค์กร รวมถึงเข้าใจการ กำกับดูแลกิจการที่ดีและจรรยาบรรณ ในการดำเนินธุรกิจขององค์กร รวมถึงเจตนารมณ์ของนโยบายการต่อต้านการทุจริตของบริษัท
  • ได้มีการจัดทำนโยบายการต่อต้านการทุจริต เพื่อให้กรรมการ ผู้บริหารและพนักงาน ได้อ่านและ เข้าใจง่ายขึ้น ในแนวปฏิบัติของนโยบาย
  • มีการประกาศใช้แนวปฏิบัติของคู่ค้า เพื่อความเท่าเทียมกัน เป็นไปตามแนวปฏิบัติที่ดีและ ส่งเสริมจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ

รางวัลด้านการกำกับดูแลกิจการ

ในปี 2560 บริษัทฯ ได้รับรางวัลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ ดังต่อไปนี้

  • คะแนนประเมินคุณภาพการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2560 จากโครงการประเมินคุณภาพ การจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทจดทะเบียน ( AGM Assessment Program) ของสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย (Thai Investor Association) อยู่ในระดับดีเยี่ยม
  • ในการประกาศผลการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน ประจำปี 2560 (CGR 2017) จากสถาบันกรรมการบริษัทไทย (Thai Institute of Directors – IOD) บริษัทได้รับการประเมินผลจากการสำรวจโครงการดังกล่าวในคะแนนระดับ “ดีเลิศ”
  • รางวัล SET Sustainability Awards ประเภทรางวัล Thailand Sustainability Investment 2017 โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
  • ประกาศนียบัตร ESG 100 ปี 2017 บริษัทจดทะเบียน 656 หลักทรัพย์จดทะเบียนจาก 1 ใน 100 ที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล

คณะกรรมการบริษัทได้นำแนวปฏิบัติต่างๆ ของการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทจดทะเบียนมาใช้ในการบริหารจัดการตามหน้าที่ความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมาย รวมทั้ง ได้ส่งเสริมการกำกับดูแลกิจการที่สำคัญในหลายๆ ด้านเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย โดยมีรายละเอียดของการปฏิบัติแบ่งออกเป็น 5 หมวด ดังนี้

หมวดที่ 1

หมวดที่ 1 สิทธิของผู้ถือหุ้น (The Rights of Shareholders)

บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญกับผู้ถือหุ้นในฐานะนักลงทุนในหลักทรัพย์และเจ้าของบริษัท จึงส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นได้ใช้สิทธิพื้นฐานทางกฏหมาย เช่น การมีส่วนแบ่งในกำไรของกิจการ การซื้อขายหรือการโอนหุ้น การได้รับข่าวสารข้อมูลของกิจการอย่างเพียงพอ การเข้าร่วมประชุมเพื่อใช้สิทธิออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้นพื่อแต่งตั้งหรือถอดถอนกรรมการ กำหนดค่าตอบแทนกรรมการ การแต่งตั้งผู้สอบบัญชี และกำหนดจำนวนเงินค่าสอบบัญชี และเรื่องที่มีผลกระทบต่อบริษัท นอกจากการส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นใช้สิทธิขั้นพื้นฐาน บริษัทฯ ยังได้ดูแลและปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียม เช่น การให้ข้อมูลที่สำคัญที่เป็นปัจจุบันผ่านเว็บไซต์ และการจัดให้ผู้ถือหุ้นเข้าเยี่ยมชมกิจการ และไม่ได้มีการดำเนินการใดๆ อันเป็นการละเมิดหรือลิดรอนสิทธิของผู้ถือหุ้นแต่อย่างใด

1. การปกป้องสิทธิของผู้ถือหุ้น

  • บริษัทฯ จัดให้มีการปกป้องสิทธิของผู้ถือหุ้นและส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นใช้สิทธิพื้นฐานตามที่กฎหมายกำหนด เช่น การมีส่วนแบ่งในผลกำไรของกิจการ การซื้อขายหรือโอนหุ้น การได้รับข่าวสาร ข้อมูลของบริษัทอย่างเพียงพอการเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อใช้สิทธิออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อแต่งตั้งหรือถอดถอนกรรมการ กำหนดค่าตอบแทนกรรมการ แต่งตั้งผู้สอบบัญชีและกำหนดเงินค่าสอบบัญชี และเรื่องที่มีผลกับบริษัทฯ เป็นต้น
  • บริษัทฯ จัดให้มีเว็บไซต์ เพื่อเสนอข้อมูลที่สำคัญ ข่าวสารต่างๆ เช่น รายงานทางการเงิน ผลประกอบการประจำไตรมาสประจำปีรายงานประจำปี สำหรับหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้นกำหนดให้เผยแพร่ข้อมูลเหมือนกับเอกสารที่ต้องส่งให้ผู้ถือหุ้นในรูปแบบเอกสารอย่างน้อย 30 วันก่อนการประชุม เพื่อให้ผู้ถือหุ้นมีเวลาพิจารณาเอกสารเชิญประชุมและข้อมูลต่างๆ ก่อนการประชุมมากขึ้น
  • เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นเสนอเพิ่มวาระการประชุมล่วงหน้าก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้น รวมทั้งให้เสนอชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการของบริษัท โดยเผยแพร่หลักเกณฑ์ รวมถึงช่องทางรับเรื่อง และช่วงเวลาที่เปิดรับเรื่อง ให้ผู้ถือหุ้นทราบผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทฯ
2. การจัดประชุมผู้ถือหุ้น

  • บริษัทฯ ได้กำหนดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นปีละครั้งภายในเวลาไม่เกิน 4 เดือนนับแต่วันสิ้นสุด รอบปีบัญชีของบริษัทฯ ทั้งนี้ ในปี 2560 บริษัทฯ ได้จัดการประชุมสามัญประจำปีผู้ถือหุ้น ในวันที่ 28 เมษายน 2560โดยกรรมการที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะประธานกรรมการ ประธานคณะกรรมการชุดย่อยต่างๆ กรรมการผู้จัดการ รวมทั้งผู้บริหาร ผู้สอบบัญชี และที่ปรึกษากฎหมาย ได้เข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อตอบคำถามในที่ประชุม
  • ให้เกณฑ์วันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้น (Record Date) ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น เพื่อให้ผู้ถือหุ้นมีเวลาพิจารณาเอกสารเชิญประชุมและข้อมูลต่างๆ ก่อนการประชุมมากขึ้น
  • แจ้งกำหนดการประชุมให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้าประมาณ 2 เดือน ก่อนวันประชุม เพื่อให้ ผู้ถือหุ้นสามารถวางแผนตารางเวลาในการเข้าร่วมประชุมได้
3. การส่งหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้นล่วงหน้า

  • บริษัทฯ มอบให้บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นนายทะเบียนหุ้นของบริษัทฯ เป็นผู้จัดส่งหนังสือเชิญประชุมให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้าก่อนการประชุม 14 วัน รวมทั้งมีการเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวซึ่งจะเป็นข้อมูลเดียวกับที่บริษัทจัดส่งให้กับผู้ถือหุ้นและใช้ในการประชุมผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทฯ www.betterworldgreen.com อย่างน้อย 30 วันก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นได้มีเวลาศึกษาข้อมูลประกอบการประชุมล่วงหน้า รวมทั้งได้มีการประกาศลงหนังสือพิมพ์รายวัน ติดต่อกัน 3 วัน และก่อนวันประชุม 3 วัน เพื่อบอกกล่าวเรียกประชุมผู้ถือหุ้นด้วย
  • หนังสือเชิญประชุมมีรายละเอียดอย่างเพียงพอและครบถ้วน มีรายละเอียดวัน เวลา สถานที่ ระเบียบวาระการประชุม โดยระบุอย่างชัดเจนว่าเป็นเรื่องเสนอเพื่อทราบ หรือเพื่อพิจารณา มีเอกสารประกอบระเบียบวาระต่างๆ วัตถุประสงค์และเหตุผล พร้อมความเห็นของคณะกรรมการ ข้อบังคับบริษัทเกี่ยวกับการประชุมผู้ถือหุ้น แผนที่แสดงสถานที่ประชุม รายละเอียดของเอกสารที่ผู้ถือหุ้นจะต้องนำมาแสดงในวันประชุม และวิธีการเข้าร่วมประชุม ทั้งนี้ เพื่อรักษาประโยชน์และอำนวยความสะดวกในการสื่อสารสำหรับผู้ถือหุ้นต่างชาติ บริษัทได้จัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการประชุมเป็นภาษาอังกฤษด้วย
  • บริษัทฯ คำนึงถึงสิทธิของผู้ถือหุ้น ส่งเสริมการใช้สิทธิ และไม่ละเมิดหรือลิดรอนสิทธิ โดยได้นำเสนอเรื่องที่สำคัญให้ผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติ และบรรจุเรื่องต่าง ๆ ที่สำคัญอย่างครบถ้วนตามกฎหมาย ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ และข้อบังคับของบริษัทฯ
  • ในหนังสือเชิญประชุมมีวาระการประชุมที่สำคัญ เพื่อนำเสนอผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติเป็น ประจำทุกปี ได้แก่
    • การอนุมัติงบแสดงฐานะทางการเงินและงบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ
    • การอนุมัติการจัดสรรกำไรสิทธิ เพื่อจ่ายเงินปันผลและสำรองตามกฎหมาย
    • การอนุมัติการจ่ายเงินโบนัสสำหรับคณะกรรมการ
    • การอนุมัติค่าตอบแทนกรรมการ
    • การอนุมัติการแต่งตั้งคณะกรรมการ
    • การอนุมัติแต่งตั้งผู้สอบบัญชี และการกำหนดค่าตอบแทน
    • อนุมัติการลดทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ
    • อนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ
    • อนุมัติแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิของบริษัทฯ
4. การอำนวยความสะดวกแก่ผู้ถือหุ้น

  • บริษัทฯ เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นส่งคำถามที่เกี่ยวข้องกับวาระการประชุมถึงคณะกรรมการล่วงหน้าก่อนวันประชุม ผ่านทางหน่วยงานลงทุนสัมพันธ์
  • ในการจัดประชุมผู้ถือหุ้น บริษัทฯ ได้อำนวยความสะดวกให้กับผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกันทุกราย ด้วยการจัดให้มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลต้อนรับ และให้ความสะดวกอย่างเพียงพอ
  • บริษัทฯ เปิดให้ผู้ถือหุ้นลงทะเบียนล่วงหน้าก่อนการประชุมอย่างน้อย 1 ชั่วโมง ไม่จำกัดสิทธิในการเข้าประชุมของผู้ถือหุ้นที่มาสาย โดยได้อำนวยความสะดวกให้ผู้ถือหุ้นได้ใช้สิทธิในการเข้าร่วมประชุมอย่างเต็มที่
  • บริษัทฯ ให้สิทธิผู้ถือหุ้นที่มาร่วมประชุมภายหลังการประชุมเริ่มแล้ว มีสิทธิออกเสียง หรือลงคะแนนในระเบียบวาระที่อยู่ระหว่างการพิจารณา และยังไม่ได้ลงมติ
5. การดำเนินการประชุมผู้ถือหุ้น

  • ก่อนเริ่มการประชุมผู้ถือหุ้น ประธานในที่ประชุมจะแนะนำคณะกรรมการ ประธานคณะกรรมการชุดย่อยต่างๆ ผู้บริหาร ผู้สอบบัญชี และที่ปรึกษากฎหมายให้ที่ประชุมทราบ และชี้แจงกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่ใช้ในการประชุม รวมทั้งขั้นตอนการออกเสียงลงมติ โดยบริษัทฯ ได้จัดให้มีอาสาสมัครจากผู้ถือหุ้น และที่ปรึกษากฎหมายเป็นพยานในการนับคะแนน
  • บริษัทฯ ได้จัดสรรเวลาในการประชุมอย่างเพียงพอ เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นมีสิทธิอย่างเท่าเทียมกันในการแสดงความคิดเห็นและตั้งคำถามในที่ประชุม โดยประธานกรรมการ กรรมการ และผู้บริหารจะตอบข้อซักถามอย่างชัดเจน ตรงประเด็น และให้ความสำคัญกับทุกคำถาม แล้วจึงให้ที่ประชุมออกเสียงลงมติในวาระนั้นๆ
  • ใช้โปรแกรมการจัดประชุมของบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด (TSD) ในการ ลงทะเบียนและการนับคะแนน เพื่อให้มีประสิทธิภาพและความโปร่งใส
  • บริษัทฯ ดำเนินการประชุมผู้ถือหุ้นตามลำดับระเบียบวาระที่ได้แจ้งไว้ในหนังสือเชิญประชุม ไม่แจกเอกสารที่มีข้อมูลสำคัญเพิ่มเติมในที่ประชุมผู้ถือหุ้นอย่างกะทันหัน และไม่มีการเพิ่มวาระการประชุมที่ไม่ได้แจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบเป็นการล่วงหน้าในที่ประชุม
  • บริษัทฯ มีการใช้บัตรลงคะแนนเสียงสำหรับทุกวาระ เพื่อความโปร่งใสและตรวจสอบได้กรณีที่มีข้อโต้แย้งในภายหลัง และในวาระของการแต่งตั้งกรรมการ บริษัทฯ เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นสามารถเลือกกรรมการเป็นรายบุคคล
6. การดำเนินการหลังการประชุมผู้ถือหุ้น

  • บริษัทฯ มีการเปิดเผยมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น พร้อมผลการลงคะแนนเสียงโดยแจ้งข่าวไปยังตลาดหลักทรัพย์ และเปิดเผยบนเว็บไซต์ของบริษัทฯ ภายในวันที่จัดประชุมผู้ถือหุ้น
  • บริษัทฯ มีการบันทึกรายงานการประชุมทั้งฉบับภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ถูกต้อง ครบถ้วน เพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถตรวจสอบได้ โดยได้บันทึกรายชื่อและตำแหน่งของกรรมการที่เข้าร่วมประชุม วิธีการลงคะแนน ความเห็นของผู้ถือหุ้น คำชี้แจงของกรรมการ รวมทั้งมติที่ประชุมไว้อย่างชัดเจน ซึ่งแยกเป็นคะแนนที่เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย หรืองดออกเสียง และจัดส่งรายงานต่อตลาดหลักทรัพย์ภายใน 14 วันนับจากวันประชุมผู้ถือหุ้น และได้เผยแพร่รายงานดังกล่าวไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ
  • จัดให้มีการบันทึกภาพบรรยากาศการประชุม เพื่อให้ผู้ถือหุ้นที่ไม่ได้เข้าร่วมประชุมได้รับทราบ บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ
  • หลังจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นได้มีมติจ่ายเงินปันผล บริษัทฯ ได้แจ้งมติที่ประชุม รวมถึงรายละเอียดการจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นทราบผ่านระบบการเผยแพร่ข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และประสานงานกับบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ถือหุ้นได้รับสิทธิเงินปันผลอย่างถูกต้องครบถ้วน ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้กำหนดวันปิดสมุดทะเบียนเพื่อสิทธิในการรับเงินปันผลภายหลังจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติไม่น้อยกว่า 5 วันทำการ ซึ่งเป็นไปตามหลักการที่ตลาดหลักทรัพย์เสนอแนะ
  • นำข้อเสนอแนะและความคิดเห็นที่ได้รับจากผู้ถือหุ้นและผู้ตรวจสอบในการประเมินผลการ จัดประชุม มาพิจารณาและหาแนวทางแก้ไข/ปรับปรุงเพื่อพัฒนาการจัดประชุมผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง

จากการพัฒนาปรับปรุงการจัดประชุมผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ในปีนี้บริษัทฯ ได้รับการประเมินคุณภาพการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น อยู่ในเกณฑ์ “ดีเยี่ยม” ในโครงการประเมินคุณภาพการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น (Annual General Meeting-AGM) ประจำปี 2560 ซึ่งจัดโดยสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย

หมวดที่ 2

หมวดที่ 2 การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน (The Equitable Treatment of Shareholders)

1. การปฏิบัติที่เท่าเทียม

คณะกรรมการบริษัทฯ ได้ดูแลและสอบทานกรอบโครงสร้างของการกำกับดูแลกิจการเป็นประจำเพื่อ สร้างความมั่นใจว่า การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นทุกราย รวมถึงผู้ถือหุ้นรายย่อย ผู้ถือหุ้นต่างชาติ และนักลงทุนสถาบัน มีความเท่าเทียมกันและยุติธรรม รวมทั้งกระบวนการดูแลผู้ถือหุ้นให้ไม่มีความยุ่งยากหรือมีต้นทุนสูงโดยไม่จำเป็น ผู้ถือหุ้นมีสิทธิที่จะเข้าร่วมในการตัดสินใจ และได้รับทราบถึงผลของการตัดสินใจของบริษัทสำหรับเหตุการณ์ที่สำคัญตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายหรือข้อบังคับบริษัทฯ ดังนี้

  • ในการประชุมผู้ถือหุ้น บริษัทฯ มีนโยบายที่จะรักษาสิทธิของผู้ถือหุ้นทุกราย กล่าวคือ ไม่เพิ่ม ระเบียบวาระในที่ประชุมโดยไม่ได้แจ้งให้ผู้ถือหุ้นอื่นทราบล่วงหน้า เพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้มีโอกาสศึกษาข้อมูลของระเบียบวาระการประชุมก่อนลงมติ ทั้งนี้ ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ทุกรายมีสิทธิออกเสียงตามจำนวนหุ้นที่ถืออยู่ โดยหุ้นแต่ละหุ้นมีสิทธิออกเสียงหนึ่งเสียง และไม่มีหุ้นใดมีสิทธิพิเศษที่เป็นการจำกัดสิทธิของผู้ถือหุ้นรายอื่น
  • คณะกรรมการเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยเสนอระเบียบวาระการประชุมในการประชุมผู้ถือหุ้น ประจำปี รวมทั้งเสนอชื่อผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้าเป็นกรรมการ โดยประกาศให้ทราบผ่านช่องทางของ ตลท. และ บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ โดยมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน ซึ่งบริษัทฯ ได้เปิดโอกาสให้แก่ผู้ถือหุ้นเสนอวาระและชื่อกรรมการล่วงหน้า ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2560 ถึงวันที่ 15 มกราคม 2561 ทั้งนี้ ผู้ถือหุ้นรายเดียวหรือหลายรายรวมกัน ซึ่งถือหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 1 ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงของบริษัทฯ สามารถเสนอวาระและชื่อกรรมการได้ ซึ่งปรากฏว่าไม่มีผู้ถือหุ้นเสนอวาระหรือชื่อบุคคลใดๆ เพื่อเป็นกรรมการ
  • เพื่อความโปร่งใสและตรวจสอบได้ บริษัทฯ ได้จัดให้มีการใช้บัตรลงคะแนนเสียงในทุกระเบียบ วาระ รวมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นแต่งตั้งกรรมการเป็นรายบุคคล
  • คณะกรรมการเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นที่ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ บริษัทฯ ได้เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้น มอบฉันทะให้บุคคลอื่น กรรมการอิสระ หรือกรรมการผู้จัดการเข้าร่วมประชุมแทน โดยจัดส่งหนังสือมอบฉันทะตามแบบที่กระทรวงพาณิชย์กำหนดเพื่อให้ผู้เข้าประชุมและออกเสียงลงมติแทนผู้ถือหุ้นได้โดยไม่มีเงื่อนไข ทั้งนี้ในกรณีที่ ผู้ถือหุ้นมอบฉันทะให้กับผู้อื่น บริษัทฯ จะให้สิทธิและปฏิบัติต่อผู้รับมอบฉันทะเสมือนเป็นผู้ถือหุ้นท่านหนึ่ง นอกจากนี้บริษัทฯ ได้เปิดเผยหนังสือมอบฉันทะพร้อมรายละเอียดและขั้นตอนต่างๆ บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ ล่วงหน้าก่อนวันประชุม 30 วัน
  • เนื่องจากผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่ที่มาเข้าร่วมการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเป็นคนไทย ดังนั้น ในการประชุม ผู้ถือหุ้นจึงดำเนินการเป็นภาษาไทย แต่เพื่อประโยชน์ในการสื่อสารและอำนวยความสะดวกให้ผู้ถือหุ้นชาวต่างชาติ บริษัทฯ จึงได้จัดทำหนังสือเชิญประชุมและเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
2. มาตรการป้องกันการใช้ข้อมูลภายในของบริษัทฯ และความขัดแย้งทางผลประโยชน์ 

บริษัทฯ ได้กำหนดแนวทางในการเก็บรักษาและป้องกันการใช้ข้อมูลภายในเป็นลายลักษณ์อักษร ในจรรยาบรรณของกรรมการและจรรยาบรรณของพนักงานเพื่อป้องกันการใช้ข้อมูลภายในเพื่อหาผลประโยชน์ให้แก่ตนเองและผู้อื่นในทางมิชอบ ซึ่งเป็นการเอาเปรียบผู้ถือหุ้นรายอื่น หรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ถือหุ้นโดยรวม โดยมีหลักการสำคัญ ดังนี้

  • บริษัทฯ มีการเก็บรักษาข้อมูลภายใน รวมทั้งมีมาตรการป้องกันกรณีที่กรรมการและผู้บริหารใช้ ข้อมูลภายในเพื่อหาผลประโยชน์ให้แก่ตนเองหรือผู้อื่นในทางมิชอบซึ่งเป็นการเอาเปรียบผู้ถือหุ้นอื่น โดยได้มีการกำหนดเรื่องการรักษาผลประโยชน์และความลับของบริษัทฯ ไว้ในคู่มือนโยบายและระเบียบข้อบังคับของบริษัท และกำหนดเรื่องการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัท การใช้ข้อมูลภายใน และความขัดแย้งทางผลประโยชน์ไว้ในจรรยาบรรณธุรกิจ โดยได้มีการแจ้งให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานได้รับทราบถึงข้อกำหนดดังกล่าว

    ทั้งนี้ บริษัทฯ กำหนดมิให้กรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน และบุคคลที่เกี่ยวข้องทำการซื้อขายหลักทรัพย์ ของบริษัทฯ ก่อนที่งบการเงินหรือข้อมูลภายในนั้นจะเปิดเผยต่อสาธารณชน ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้กำหนดบทลงโทษทางวินัยหากมีการฝ่าฝืนนำข้อมูลภายในไปใช้หาประโยชน์ส่วนตน ซึ่งเริ่มตั้งแต่การตักเตือนเป็นหนังสือ ตัดค่าจ้าง พักงานชั่วคราวโดยไม่ได้รับค่าจ้าง หรือให้ออกจากงานซึ่งการลงโทษจะพิจารณาจากเจตนาของการกระทำและความร้ายแรงของความผิดนั้นๆ

  • บริษัทฯ ได้ให้ข้อมูลแก่กรรมการ และผู้บริหารเกี่ยวกับหน้าที่ที่ผู้บริหารต้องรายงานการ ถือหลักทรัพย์ในบริษัทฯ และบทกำหนดโทษตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 และตามข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในกรณีที่กรรมการ หรือผู้บริหารมีการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทฯ จะต้องรายงานการถือหลักทรัพย์ในบริษัทฯ ของตนเอง คู่สมรส และบุตร ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะตามมาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ภายใน 3 วัน ทำการให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ทราบ เพื่อเผยแพร่ ต่อสาธารณะต่อไป
  • คณะกรรมการบริษัทฯ ได้กำหนดแนวทางเพื่อไม่ให้กรรมการ หรือผู้บริหารที่มีส่วนได้เสีย หรือมีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วมกระบวนการตัดสินใจในการพิจารณาธุรกรรมระหว่างบริษัทฯ กับผู้มีส่วน ได้เสีย หรือมีส่วน เกี่ยวข้องดังกล่าว โดยก่อนเริ่มประชุมคณะกรรมการบริษัททุกครั้งประธานกรรมการจะแจ้งให้กรรมการที่มีส่วนได้เสียในเรื่องนั้นๆ แจ้งต่อที่ประชุม และกรรมการท่านนั้นจะไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในวาระดังกล่าว
  • บริษัทฯ มีโครงสร้างการถือหุ้นแบบไม่ซับซ้อน และรายการระหว่างกันที่เกิดขึ้นเกือบทั้งหมดเป็นการทำรายการตามปกติ
  • บริษัทฯ ยึดถือปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เช่น เกณฑ์การทำรายการเกี่ยวโยงกัน หลักเกณฑ์การได้มาจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ เป็นต้น
3. การเปิดเผยข้อมูลส่วนได้เสีย

บริษัทฯ ได้กำหนดแนวปฏิบัติเรื่องการเปิดเผยข้อมูลส่วนได้เสียของกรรมการและผู้บริหารเพื่อ ความโปร่งใสและป้องกันปัญหาการขัดแย้งของผลประโยชน์ ดังนี้

  • กรรมการจะต้องแจ้งให้บริษัทฯ ทราบโดยไม่ชักช้า เมื่อกรรมการและบุคคลในครอบครัวมีส่วนร่วม หรือเป็นผู้ถือหุ้นในกิจการใดๆ ซึ่งอาจมีผลประโยชน์หรือเกิดความขัดแย้งกับบริษัทฯ มีส่วนได้เสียโดยตรง หรือ โดยอ้อมในสัญญาใดๆ ที่บริษัทฯ ทำขึ้นหรือเข้าถือหลักทรัพย์ในบริษัทฯ หรือบริษัทในเครือ ทั้งนี้ กรรมการและผู้บริหาร ที่มีส่วนได้เสีย จะต้องงดเว้นจากการร่วมอภิปรายให้ความเห็น หรือลงคะแนนเสียงอนุมัติในรายการดังกล่าว
  • กรรมการและผู้บริหารจะต้องรายงานการถือครองหลักทรัพย์ของบริษัทฯ ในการประชุมคณะกรรมการบริษัททุกครั้งซึ่งในระเบียบวาระดังกล่าว มีการแจ้งให้กรรมการทราบว่า กรรมการ ผู้บริหาร รวมทั้ง คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องตามมาตรา 258 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และ ตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มีหน้าที่จัดทำและเผยแพร่รายงานการถือหลักทรัพย์ตลอดจนรายงานการเปลี่ยนแปลงการ ถือหลักทรัพย์ทุกครั้งที่มีการซื้อ ขาย โอนหรือรับโอนหลักทรัพย์ภายใน 3 วัน นับแต่วันที่มีการ ซื้อขายหลักทรัพย์ ต่อ ก.ล.ต.
  • กรรมการและผู้บริหารระดับสูงจะต้องจัดทำรายงานการมีส่วนได้เสียของตนและผู้เกี่ยวข้อง ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทจ. 2/2552 ซึ่งมีผลบังคับในวันที่ 1 กรกฎาคม 2552

ในปี 2560 บริษัทฯ ไม่ได้รับข้อร้องเรียนใดๆ เกี่ยวกับการไม่เคารพในสิทธิพื้นฐานของผู้ถือหุ้นโดยบริษัทฯ ได้มีการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกันและไม่พบการใช้ข้อมูลภายในของบริษัทฯ เพื่อแสวงหาผลประโยชน์แต่อย่างใด

หมวดที่ 3

หมวดที่ 3 บทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย (The Role of Stakeholders)

บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญต่อสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มไม่ว่าจะเป็นผู้มีส่วนได้เสียภายใน ได้แก่ พนักงานและผู้บริหารของบริษัทฯ หรือผู้มีส่วนได้เสียภายนอก เช่น ผู้ถือหุ้น คู่แข่ง คู่ค้า ลูกค้า เจ้าหนี้ เป็นต้น โดยบริษัทฯ ตระหนักดีว่า การสนับสนุนและข้อคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มจะเป็นประโยชน์ในการดำเนินงานและการพัฒนาธุรกิจของบริษัทฯ ดังนั้นบริษัทฯ จะปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องเพื่อให้สิทธิของผู้มีส่วนได้เสียดังกล่าวได้รับการดูแลเป็นอย่างดี นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังส่งเสริมให้ความร่วมมือระหว่างบริษัทฯ และกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียแต่ละกลุ่ม เพื่อสร้างความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้น ดังแนวทางดังนี้

1. การปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่างๆ 

บริษัทฯ มีการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ได้แก่ ผู้ถือหุ้น ลูกค้า คู่ค้า เจ้าหนี้ คู่แข่งทางการค้า พนักงาน สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยกำหนดแนวทางการปฏิบัติเป็นลายลักษณ์อักษรในนโยบายการกำกับดูแลกิจการ ที่ดี และจรรยาบรรณธุรกิจของบริษัทฯ รวมทั้งส่งเสริมการมีส่วนของพนักงานในการปฏิบัติตามแนวนโยบายดังกล่าว โดยในการดำเนินการต่างๆ บริษัทฯ เคารพสิทธิของผู้มีส่วนได้เสีย ดังนี้

ผู้ถือหุ้น : บริษัทปฏิบัติหน้าที่ต่อผู้ถือหุ้นด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เป็นธรรม บริหารกิจการให้มีความเจริญก้าวหน้า มั่นคง และก่อให้เกิดผลตอบแทนที่เหมาะสมแก่ผู้ถือหุ้น มีการเปิดเผยข้อมูลต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน สม่ำเสมอ และครบถ้วน นอกจากนี้ ได้เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นได้แสดงความคิดเห็น และข้อเสนอแนะ รวมทั้งเสนอวาระหรือบุคคลเพื่อเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการในการประชุมผู้ถือหุ้น
พนักงาน : บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับพนักงาน ซึ่งเป็นทรัพยากรที่สำคัญของบริษัทฯ ซึ่งจะมีส่วนช่วยส่งเสริม และผลักดันให้องค์กรบรรลุถึงเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจ ดังนั้น บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญต่อการพัฒนาพนักงาน ให้ผลตอบแทนสวัสดิการที่เหมาะสม รวมทั้งส่งเสริมการส่วนร่วมของพนักงาน ดังนี้

  • มีการกำหนดระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับค่าตอบแทนและสวัสดิการของพนักงาน
  • มีการกำหนดนโยบายค่าตอบแทนพนักงานที่ชัดเจน โดยมีการวัดผลปฏิบัติงานที่สอดคล้อง กับผลการดำเนินงานของบริษัททั้งในระยะสั้นและระยะยาว ได้แก่ ด้านการเงิน ด้านลูกค้า ด้านกระบวนการ จัดการภายใน และด้านการเรียนรู้และพัฒนา
  • มีการให้ผลตอบแทน และสวัสดิการอย่างเหมาะสม ได้แก่ เงินเดือน เงินรางวัลประจำปี กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ รวมทั้งการทำประกันชีวิต อุบัติเหตุ ให้แก่พนักงาน
  • มีการปฐมนิเทศ การอบรมด้านจรรยาบรรณธุรกิจ นโยบายต่อต้านคอร์รัปชั่น ค่านิยมองค์กร ความปลอดภัยและระบบคุณภาพ ตลอดจนความรู้เบื้องต้นด้านต่างๆ ที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงาน
  • มีนโยบายส่งเสริมการพัฒนาพนักงานอย่างเป็นระบบ ซึ่งมีคู่มือความสามารถ(Competency Model) ที่นำมาใช้เป็นมาตรฐานในการจัดทำแผนพัฒนาบุคลากรในรูปแบบต่างๆ ได้แก่ การประเมินความสามารถและศักยภาพของพนักงาน แผนระบบเส้นทางการฝึกอบรม แผนพัฒนาพนักงานรายบุคคล แผนสืบทอด ตำแหน่งงาน เป็นต้น โดยในปี 2560 มีจำนวนพนักงานทั้งหมด 420 คน
  • จัดให้มีกิจกรรมส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีภายในบริษัท
  • ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงานในการปฏิบัติตามนโยบายการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสีย ทุกกลุ่ม เช่น สังคม ชุมชน ลูกค้า รวมทั้ง จัดให้มีกิจกรรมเพื่อให้พนักงานตระหนักถึง Core Value ของบริษัทฯ ซึ่งมีส่วนช่วยสนับสนุนในการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสีย
ลูกค้า : บริษัทฯ มีความเอาใจใส่และรับผิดชอบต่อลูกค้า โดยการปฏิบัติตามสัญญาที่มีต่อ ลูกค้า ปฏิบัติต่อลูกค้าทุกรายอย่างเสมอภาคและเป็นธรรม มุ่งมั่นสร้างความพึงพอใจและความมั่นใจให้กับลูกค้าเพื่อให้ได้รับบริการอย่างมีคุณภาพ นอกจากนี้ บริษัทฯ จัดให้มีกิจกรรมส่งเสริมความสัมพันธ์อันดี เช่น การเข้าเยี่ยมชมการปฏิบัติงานของบริษัทฯ การจัดสัมมนา การเข้าพบลูกค้าเพื่อสร้างความสัมพันธ์และรับฟังความคิดข้อติชมอย่างสม่ำเสมอ การร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่ลูกค้าจัดขึ้น เป็นต้น
คู่ค้า : บริษัทฯ มีนโยบายที่จะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีทางธุรกิจกับคู่ค้า ดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของความเกื้อหนุนที่เป็นธรรมต่อทั้งสองฝ่าย ให้การปฏิบัติต่อคู่ค้าอย่างเสมอภาค โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุด ของบริษัทฯ หลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่ทำให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ รวมทั้งปฏิบัติตามพันธสัญญาอย่างเคร่งครัด เพื่อบรรลุผลประโยชน์ร่วมกัน
เจ้าหนี้ : บริษัทฯ มีนโยบายที่จะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีทางธุรกิจกับเจ้าหนี้ ดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของความเกื้อหนุนที่เป็นธรรมต่อทั้งสองฝ่าย ให้การปฏิบัติต่อเจ้าหนี้อย่างเสมอภาค โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของบริษัทฯ หลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่ทำให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ รวมทั้งปฏิบัติตามพันธสัญญาอย่างเคร่งครัด
คู่แข่งทางการค้า : บริษัทฯ มีนโยบายที่จะปฏิบัติต่อคู่แข่งทางการค้า โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของกติกาการแข่งขันที่ยุติธรรม ไม่แสวงหาข้อมูลที่เป็นความลับของคู่แข่งทางการค้าด้วยวิธีการที่ไม่สุจริต หรือไม่เหมาะสม รวมทั้งไม่ทำลายชื่อเสียงของคู่แข่งด้วยการกล่าวหาในทางร้ายและปราศจากซึ่งมูลความจริง
ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม : บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจโดยมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อชุมชน สังคม โดยให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามมาตรฐานต่างๆ ที่เกี่ยวกับความปลอดภัย ความมั่นคง สุขอนามัย และสิ่งแวดล้อมอย่างถูกต้องเหมาะสม และคำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
2. ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม

บริษัทฯ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งในเรื่องความปลอดภัย อาชีวอนามัย สภาพแวดล้อมในการทำงาน โดยได้กำหนดนโยบาย และจัดให้มีคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน เพื่อพัฒนาระบบการจัดการความปลอดภัย ควบคุมปรับปรุง และป้องกันแก้ไขอันตรายจากการดำเนินงานของบริษัทฯ โดยที่ผ่านมาได้มีการจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น จัดการตรวจสุขภาพประจำปี จัดกิจกรรม Big Cleaning Day จัดกิจกรรมวันความปลอดภัย จัดอบรมหลักสูตรต่างๆ เป็นต้น

3. การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

บริษัทฯ ส่งเสริมให้มีการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และกำหนดมาตรการเพื่อป้องกันและบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอย่างมีระบบ

4. การเคารพด้านสิทธิมนุษยชน 

บริษัทฯ มีนโยบายและแนวปฏิบัติที่จะไม่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษย์ โดยกำหนดให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทฯ ทุกคนปฏิบัติตามจรรยาบรรณธุรกิจในเรื่องการเคารพในเกียรติและศักดิ์ศรีของ แต่ละบุคคล ความมีอิสระ ความเป็นส่วนตัว การมีสิทธิอันชอบธรรมตามกฎหมายและสิทธิมนุษยชน และผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสีย  ปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเท่าเทียมกันโดยไม่แบ่งแยกเพศ ชนชั้นหรือเชื้อชาติ

5. การไม่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา 

บริษัทฯ มีนโยบายและแนวปฏิบัติที่จะไม่ล่วงละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาหรือลิขสิทธิ์ โดยกำหนด ให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทฯ ทุกคนปฏิบัติตามจรรยาบรรณในเรื่องทรัพย์สินทางปัญหาหรือลิขสิทธิ์

6. การต่อต้านการทุจริตและการคอร์รัปชั่น

คณะกรรมการบริษัทฯ ได้กำหนดและปรับปรุงนโยบายการต่อต้านคอร์รัปชั่นของบริษัทฯ ให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น พร้อมทั้งกำหนด คู่มือมาตรการต่อต้านคอร์รัปชั่นเพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติสำหรับกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน โดยมุ่งเน้นการป้องกันและการต่อต้านการคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบทั้งทางตรงและทางอ้อม และไม่เข้าไปมีส่วนร่วมในการให้สินบนและการคอร์รัปชั่นแก่เจ้าหน้าที่ หน่วยงานของภาครัฐและเอกชน เพื่อให้ได้มาหรือคงไว้ ซึ่งข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน พร้อมทั้งแต่งตั้งคณะทำงานต่อต้านคอร์รัปชั่น เพื่อประสานงานกับผู้บริหาร และ ทุกหน่วยงานในองค์กร เพื่อปรับปรุงหลักเกณฑ์ ข้อกำหนด และแนวปฏิบัติต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้อง และเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน และจัดให้มีการเผยแพร่นโยบาย และคู่มือมาตรการต่อต้านคอร์รัปชั่นให้แก่บุคคลภายนอกอีกด้วย บริษัทฯ ได้รับการรับรองฐานะสมาชิกแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านทุจริต เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2559 จากคณะกรรมการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านทุจริต

7. ช่องทางในการติดต่อ

บริษัทฯ มีช่องทางให้ผู้มีส่วนได้เสียสามารถส่งข้อเสนอแนะ ความคิดเห็น หรือคำถาม รวมทั้ง ข้อร้องเรียนมายังบริษัทฯ ผ่านทางฝ่ายสื่อสารองค์กรและการตลาด โดยสามารถติดต่อทางโทรศัพท์ 0-2012-7888 หรือ www.betterworldgreen.com/ Facebook :BWG – Better World Green / Line ID :@bwgcenter / Youtube Better Channel : เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน และที่ บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) เลขที่ 488 ซอยลาดพร้าว 130 (มหาดไทย 2) ถนนลาดพร้าว แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240

8. มาตรการการแจ้งเบาะแส และกลไกคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส

คณะกรรมการได้กำหนดให้มีช่องทางในการแจ้งเบาะแสเป็น 2 ระดับคือ ช่องทางในระดับผู้บริหาร ได้แก่ ผู้บังคับบัญชาในแต่ละระดับ ฝ่ายตรวจสอบภายใน และช่องทางในระดับคณะกรรมการบริษัท ได้แก่ คณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการตรวจสอบ ทั้งนี้ บริษัทกำหนดให้ผู้บริหารทุกระดับในองค์กร ดูแลรับผิดชอบ และถือเป็นเรื่องสำคัญที่จะดำเนินการให้พนักงานภายใต้สายบังคับบัญชาของตนเองทราบ เข้าใจ และปฏิบัติตามจรรยาบรรณทางธุรกิจอย่างเคร่งครัด บริษัทฯ ได้จัดทำช่องทางรับข้อร้องเรียน ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะ ตลอดจนเบาะแสการกระทำผิดกฎหมายหรือจรรยาบรรณ รวมถึงพฤติกรรมที่อาจส่อถึงการทุจริตหรือประพฤติมิชอบของบุคคลในบริษัทฯ ทั้งจากพนักงานและผู้มีส่วนได้เสียของบริษัทฯ และได้กำหนดแนวทางในการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส และให้ความสำคัญกับการเก็บข้อมูลข้อร้องเรียนเป็นความลับ ซึ่งจะรับรู้เฉพาะในกลุ่มบุคคลที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น เพื่อสร้างความมั่นใจแก้ผู้ร้องเรียน

หมวดที่ 4

หมวดที่ 4 การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส (Disclosure and Transparency)

1. การเปิดเผยข้อมูลของบริษัทฯ

บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของการเปิดเผยข้อมูลที่มีความถูกต้อง ครบถ้วน และโปร่งใสทั้งรายงานข้อมูลทางการเงินและข้อมูลทั่วไป ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตลอดจนข้อมูลอื่นที่สำคัญที่มีผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์ของบริษัทฯ ซึ่งล้วนมีผลต่อกระบวนการตัดสินใจของผู้ลงทุนและผู้มีส่วนได้เสียของบริษัทฯ โดยบริษัทฯ ได้เผยแพร่ข้อมูลสารสนเทศของบริษัทฯ ต่อผู้ถือหุ้น นักลงทุน และสาธารณชนผ่านช่องทาง และสื่อการเผยแพร่ข้อมูลต่างๆ ของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมถึงเว็บไซต์ของบริษัทฯ คือ www.betterworldgreen.com

2.การจัดทำรายงานทางการเงิน

เพื่อแสดงความรับผิดชอบในการจัดทำรายงานทางการเงินว่ามีความถูกต้อง ครบถ้วน โปร่งใส อย่างเพียงพอที่จะดำรงรักษาไว้ซึ่งทรัพย์สินของบริษัทป้องกันการทุจริตและการดำเนินการที่ผิดปกติ รวมทั้งได้ถือปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองโดยทั่วไป และใช้นโยบายบัญชีที่เหมาะสมและถือปฏิบัติโดยสม่ำเสมอ ตลอดจนมีการพิจารณาถึงความสมเหตุสมผลและความรอบคอบในการจัดทำงบการเงินของบริษัท และเพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสีย เกิดความเชื่อมั่นต่อรายงานทางการเงินที่บริษัทจัดทำขึ้นว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์ข้างต้น คณะกรรมการบริษัทฯ จึงแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อทำหน้าที่สอบทานให้บริษัทมีรายงานทางการเงินและการดำเนินงานอย่างถูกต้อง เพียงพอ รวมทั้งคณะกรรมการบริษัทยังได้จัดทำรายงานความรับผิดชอบของคณะกรรมการในการจัดทำรายงานทางการเงิน ซึ่งครอบคลุมเรื่องสำคัญตามข้อพึงปฏิบัติสำหรับกรรมการบริษัทจดทะเบียนที่ตลาดหลักทรัพย์ได้เสนอแนะไว้ ลงนามโดยประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ โดยแสดงควบคู่กับรายงานของผู้สอบบัญชีในรายงานประจำปี

ในปี 2560 บริษัทฯ ได้ให้ผู้สอบบัญชีจากบริษัท กรินทร์ ออดิท จำกัด เป็นผู้สอบบัญชีของบริษัท ซึ่งมีความรู้ ความชำนาญในวิชาชีพ มีความเป็นอิสระ และได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน ก.ล.ต. โดยงบการเงินของบริษัทได้รับการรับรองโดยไม่มีเงื่อนไข และถูกต้องตามที่ควรในสาระสำคัญ ตามหลักการบัญชีที่รับรองโดยทั่วไป และผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจสอบ/คณะกรรมการบริษัทก่อนเปิดเผยต่อผู้ถือหุ้น

3. ค่าตอบแทนผู้สอบบัญชี

ค่าตอบแทนจากการสอบบัญชี ในปี 2560 บริษัทฯ และบริษัทย่อยได้จ่ายค่าตอบแทนจากการสอบบัญชีให้กับบริษัท กรินทร์ ออดิท จำกัด รวมเป็นจำนวน 3,925,000 บาท (บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) จำนวน 1,180,000บาท / บริษัท เบตเตอร์ เวสท์ แคร์ จำกัด จำนวน 410,000 บาท / บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ ทรานสปอร์ต จำกัด จำนวน 325,000 บาท / บริษัท เอิร์ธ เทค เอ็นไวรอนเมนท์ จำกัด จำนวน 1,850,000 บาท / บริษัท บี กรีน ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด จำนวน 160,000 บาท )
ทั้งนี้ บริษัทฯ ที่เป็นสำนักงานสอบบัญชีและผู้สอบบัญชีที่ได้รับการคัดเลือก มีความเป็นอิสระ ไม่มีความสัมพันธ์หรือส่วนได้ส่วนเสียใดๆ กับบริษัทฯ ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นใหญ่ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องของบุคคลดังกล่าว
ค่าบริการอื่น ๆ – ไม่มี –
4.ความสัมพันธ์กับผู้ลงทุน

บริษัทฯ ตระหนักดีว่าข้อมูลของบริษัทฯ ทั้งที่เกี่ยวกับงบการเงินและที่ไม่ใช่การเงินล้วนมีผลต่อกระบวนการตัดสินใจของผู้ลงทุนและผู้มีส่วนได้เสียของบริษัทฯ ซึ่งฝ่ายจัดการได้ให้ความสำคัญกับการเปิดเผยข้อมูลที่ครบถ้วนตรงต่อความเป็นจริง เชื่อถือได้ สม่ำเสมอ ทันเวลา และเป็นไปตามเกณฑ์ที่สำนักงาน ก.ล.ต. และ ตลท. กำหนด บริษัทฯ จึงได้มอบหมายให้ฝ่ายสื่อสารองค์กรและการตลาด เพื่อเป็นศูนย์กลางในการเปิดเผยข้อมูล สำคัญต่อผู้ลงทุนและกำกับดูแลกระบวนการรายงานทางเงิน ตลอดจนข้อมูลสำคัญที่มีผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์ของบริษัทฯ เช่น งบการเงิน การนำเสนอผลการดำเนินงาน สารสนเทศต่างๆ ที่เปิดเผยต่อสาธารณชนผ่านระบบของตลาดหลักทรัพย์ (Set Portal) ต่อผู้ลงทุน เพื่อให้ได้รับทราบข้อมูลอย่างสม่ำเสมอและครบถ้วนตามความเป็นจริง บริษัทฯ ได้นำเสนอผลการดำเนินงานและการแจ้งสารสนเทศของบริษัทฯ ต่อนักลงทุน ผู้ถือหุ้นและผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งทางตรงและทางอ้อม สรุปได้ดังนี้

ทางตรง : บริษัทฯ มีการนำเสนอผลงานให้แก่นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ นักลงทุน และพนักงานอย่างสม่ำเสมอในรูปแบบของ การเข้าร่วมประชุม ซึ่งจัดโดยสถาบันต่างๆ รวมทั้งการเยี่ยมชมการดำเนินงานบริษัท (Company Visit) การเข้าพบผู้บริหาร เพื่อสอบถามข้อมูลความคืบหน้าการดำเนินงานของบริษัทฯ

ทางอ้อม : บริษัทฯ มีการให้ข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับบริษัทฯ ผลการดำเนินงาน งบการเงิน รวมถึงรายงานสารสนเทศต่างๆ ที่บริษัทฯ แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยผู้สนใจสามารถอ่านข้อมูลได้ ทางเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (www.set.or.th) หรือ www.betterworldgreen.com ในหน้านักลงทุนสัมพันธ์ ซึ่งจะมีข้อมูลทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

กรณีที่นักลงทุนและผู้เกี่ยวข้องมีข้อสงสัยและต้องการสอบถาม สามารถติดต่อขอข้อมูล ได้ที่ ฝ่ายสื่อสารองค์กรและการตลาด โทร. 0-2012-7888 ต่อ 341 หรือ www.betterworldgreen.com / Facebook : BWG – Better World Green / Line ID :@bwgcenter / Youtube Better Channel : เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน

5. ช่องทางในการเปิดเผยข้อมูล 

  • บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ทั้งข้อมูลทางการเงิน และข้อมูลที่ไม่ใช่ทางการเงินอย่างถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา โปร่งใส ผ่านช่องทางระบบการเผยแพร่ข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์ และเว็บไซต์ของสำนักงาน ก.ล.ต. / เว็บไซต์ของบริษัทฯ / การจัดส่งเอกสารให้แก่ผู้ถือหุ้นทางไปรษณีย์
  • บริษัทฯ มีการเปิดเผยข้อมูลเป็นไปตามข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยได้จัดให้มีแผนกบริหารหลักทรัพย์รับผิดชอบในเรื่องดังกล่าว
  • บริษัทฯ ได้มอบหมายให้ฝ่ายสื่อสารองค์กรและการตลาด โทรศัพท์ 0-2012-7888 ต่อ 341 เพื่อเป็นตัวแทนในการสื่อสารกับนักลงทุน ผู้ถือหุ้น นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ และหน่วยงานอื่นๆ

บริษัทฯ ไม่เคยมีประวัติการถูกสั่งให้แก้ไขงบการเงินโดยสำนักงาน ก.ล.ต. รวมทั้งได้เปิดเผย งบการเงินประจำปี และรายไตรมาสต่อผู้ถือหุ้น และนักลงทุนภายในกำหนดเวลา

หมวดที่ 5

หมวดที่ 5 ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ (Responsibilities of the Board of Directors)

หน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัทฯ รวมถึงการกำหนดนโยบาย วิสัยทัศน์ พันธกิจ (Mission) กลยุทธ์ ทิศทาง และเป้าหมายการดำเนินงานของบริษัทฯ การควบคุมดูแลและประเมินการบริหารผ่านคณะกรรมการชุดย่อย โดยมีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มมูลค่าให้ผู้ถือหุ้นในระยะยาว ซึ่งการที่จะประสบความสำเร็จ ในการเพิ่มมูลค่าให้ผู้ถือหุ้นได้ คณะกรรมการบริษัทฯ ต้องมั่นใจว่ามีการปฏิบัติหน้าที่ภายใต้กฎหมาย วัตถุประสงค์ และข้อบังคับบริษัทฯ รวมถึงยังต้องตระหนักถึงการกำกับดูแลกิจการ ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ จริยธรรม และจรรยาบรรณทางธุรกิจ

คณะกรรมการบริษัทฯ มีความมุ่งมั่นที่จะให้บริษัทฯ เป็นองค์กรชั้นนำที่ได้รับการยอมรับ โดยดำเนิน ธุรกิจที่มีความหลากหลาย ด้วยการบริหารจัดการที่แข็งแกร่งและด้วยบุคลากรที่มีความสามารถ และมีส่วนร่วมในการกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ (Mission) และกลยุทธ์ คณะกรรมการบริษัทฯ มีภาวะผู้นำวิสัยทัศน์ มีความเป็นอิสระในการตัดสินใจ และรับผิดชอบตามหน้าที่ในการกำกับดูแลกิจการให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหุ้นโดยรวม คณะกรรมการบริษัทฯ มีหน้าที่และความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ในการกำกับดูแลการบริหารงานของฝ่ายบริหาร และมีการแบ่งแยกหน้าที่ระหว่างคณะกรรมการบริษัทฯ และฝ่ายบริหารไว้อย่างชัดเจน

1. โครงสร้างคณะกรรมการ

คณะกรรมการบริษัทฯ ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความหลากหลาย (Board Diversity) ทั้งในด้านเพศ ทักษะวิชาชีพความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน รวมถึงความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ในสาขาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ตลอดจนมีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแล ตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้อย่างเป็นอิสระ โดยปัจจุบันคณะกรรมการบริษัทฯ มีจำนวน 9 ท่าน ประกอบด้วยกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร 6 คน และกรรมการที่เป็นผู้บริหาร 3 คน คิดเป็นร้อยละ 66.67 และ 33.33 ตามลำดับ โดยที่กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารจำนวน 3 ใน 6 เป็นกรรมการตรวจสอบ ซึ่งถือว่าเป็นตัวแทนของ ผู้ถือหุ้นในการทำหน้าที่กำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัทฯ ให้มีความถูกต้องและโปร่งใส

นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทฯ ยังได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการต่างๆ ได้แก่ คณะกรรมการตรวจสอบคณะอนุกรรมการบริหารความเสี่ยง คณะอนุกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน และคณะกรรมการบริหาร เพื่อปฏิบัติหน้าที่เฉพาะเรื่อง และเสนอเรื่องให้คณะกรรมการบริษัทฯ พิจารณาหรือรับทราบ ซึ่งคณะอนุกรรมการแต่ละชุดมีขอบเขตอำนาจหน้าที่ตามที่ได้กำหนดไว้ในอำนาจหน้าที่ของคณะอนุกรรมการแต่ละชุด

ทั้งนี้ บริษัทฯ มีเลขานุการบริษัทฯ ซึ่งมีหน้าที่ และความรับผิดชอบเป็นไปตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ เช่น คำแนะนำด้านกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่คณะกรรมการจะต้องทราบและปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลกิจกรรมของคณะกรรมการ รวมทั้งประสานงานให้มีการปฏิบัติตามมติคณะกรรมการ อีกทั้งการประชุมแต่ละครั้งจะจัดเตรียมเวลาให้พอเพียงสำหรับการพิจารณาปรึกษาเนื้อหาในการประชุม และได้มีการบันทึกการประชุมเป็นลายลักษณ์อักษร จัดเก็บรายงานการประชุมที่ผ่านการรับรองจากคณะกรรมการพร้อมให้กรรมการและผู้เกี่ยวข้องตรวจสอบได้

2. บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ

1. เลือกตั้งบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนดในข้อบังคับ เข้าเป็นกรรมการแทนตำแหน่งกรรมการที่ว่างลง เพราะเหตุอื่นนอกจากถึงคราวออกตามวาระ

2. มอบหมายให้คณะกรรมการคนหนึ่งหรือหลายคนหรือบุคคลอื่นใดปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่ง แทนคณะกรรมการ

3. แต่งตั้งบุคคลอื่นใดให้ดำเนินกิจการของบริษัทภายใต้การควบคุมของคณะกรรมการหรืออาจกระทำ หนังสือมอบอำนาจแต่งตั้ง และมอบหมายให้บุคคลอื่นมีอำนาจภายในกำหนดระยะเวลาตามที่คณะกรรมการจะเห็นสมควร และคณะกรรมการอาจมอบอำนาจเช่นนั้น รวมกันไปหรือแยกจากกัน และแทนที่อำนาจทั้งหมดหรือบางส่วนของคณะกรรมการในส่วนนั้น และคณะกรรมการอาจยกเลิก เพิกถอน เปลี่ยนแปลง หรือแก้ไขอำนาจนั้นๆ เป็นครั้งคราวก็ได้

4. จัดตั้งคณะกรรมการเฉพาะเรื่องขึ้น 3 คณะ ได้แก่ คณะกรรมการตรวจสอบ คณะอนุกรรมการ สรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน คณะอนุกรรมการบริหารความเสี่ยง เพื่อพิจารณากลั่นกรองการดำเนินงานที่สำคัญอย่างรอบคอบและมีประสิทธิภาพ

5. แต่งตั้งเลขานุการบริษัท (Corporate Secretary) ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เพื่อทำหน้าที่จัดทำและเก็บรักษาเอกสาร และการอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนกำหนด และเพื่อช่วยดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของคณะกรรมการและบริษัทฯ อันได้แก่ การประชุมคณะกรรมการบริษัท การประชุมผู้ถือหุ้น ตลอดจนการให้คำแนะนำแก่กรรมการบริษัทฯ ในการปฏิบัติตนและดำเนินกิจการให้ถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งดูแลให้กรรมการและบริษัทฯ มีการเปิดเผยข้อมูลสารสนเทศอย่างถูกต้อง ครบถ้วน โปร่งใส

6. ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบและความระมัดระวัง กรรมการและผู้บริหารต้องกระทำเยี่ยง วิญญูชน ผู้ประกอบธุรกิจนั้นจะพึงกระทำภายใต้สถานการณ์อย่างเดียวกัน

7. ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทฯ มีจุดมุ่งหมายโดยชอบ และเหมาะสม และไม่กระทำการ ใดอันเป็นการขัดหรือแย้งกับประโยชน์อย่างมีนัยสำคัญ

8. ดำเนินกิจการของบริษัทฯ ให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับ และมติที่ประชุม ผู้ถือหุ้น ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มีจริยธรรมและจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ รวมทั้งจะต้องระมัดระวังและรักษาผลประโยชน์ของบริษัทฯ และผู้ถือหุ้นอย่างดีที่สุด

9. กำหนดทิศทาง เป้าหมาย นโยบายทางธุรกิจ และกำกับควบคุมดูแลให้ฝ่ายบริหารดำเนินการให้ เป็นไปตามนโยบายและแผนที่กำหนดไว้ให้เป็นไปตามเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลภายใต้การกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงสุดให้แก่กิจการและความมั่งคั่งสูงสุดให้แก่ผู้ถือหุ้น

10. ติดตามการดำเนินกิจการของบริษัทฯ ตลอดเวลาและตระหนักถึงการปฏิบัติตามกฎหมายและ ข้อกำหนดในสัญญาที่เกี่ยวข้องของบริษัทฯ โดยกำหนดให้ฝ่ายบริหารรายงานผลการปฏิบัติงานตลอดจนเรื่องที่สำคัญอื่นๆ ของบริษัทฯให้คณะกรรมการบริษัทฯ รับทราบในการประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เพื่อให้การดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ เป็นไปอย่างมีประสิทธิผล

11. บริหารกิจการเพื่อสร้างคุณค่าแก่กิจกรรมอย่างยั่งยืนซึ่งครอบคลุมถึงผลประกอบการที่ดี สร้างคุณค่า ระยะยาว การประกอบธุรกิจอย่างมีจริยธรรมและรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสีย และเป็นประโยชน์หรือลดผลกระทบ ต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม รวมถึงสามารถปรับตัวได้ภายใต้การเปลี่ยนแปลงต่างๆ

12. จัดให้มีการประชุมคณะกรรมการอย่างน้อยสาม (3) เดือนต่อครั้ง

13. กรรมการอิสระและกรรมการจากภายนอกอื่น มีความพร้อมที่จะใช้ดุลยพินิจของตนอย่าง เป็นอิสระในการพิจารณากำหนดกลยุทธ์ การบริหารงาน การใช้ทรัพยากร การแต่งตั้งกรรมการ และการกำหนดมาตรฐานการดำเนินกิจการ ตลอดจนพร้อมที่จะคัดค้านการกระทำของกรรมการอื่นๆ หรือฝ่ายจัดการในกรณีที่มีความเห็นขัดแย้งในเรื่องที่มีผลกระทบต่อความเท่าเทียมกันของผู้ถือหุ้นทุกราย

14. กรรมการที่มีส่วนได้เสียในเรื่องใดไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในเรื่องนั้น

15. กรรมการแต่ละคนจะดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้ไม่เกิน 5 บริษัท ทั้งนี้ไม่กระทบการดำรงตำแหน่งในปัจจุบันของกรรมการ

16. กรรมการจะต้องไม่ประกอบกิจการอันมีสภาพอย่างเดียวกัน และเป็นการแข่งขันกับกิจการ ของบริษัท หรือเข้าเป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือเป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดในห้างหุ้นส่วนจำกัดหรือเป็นกรรมการของบริษัทอื่น ไม่ว่าบริษัทเอกชนหรือบริษัทมหาชนที่ประกอบกิจการอันมีสภาพอย่างเดียวกัน และเป็นการแข่งขันกับกิจการของบริษัท ไม่ว่าจะเพื่อประโยชน์ของตน หรือประโยชน์ผู้อื่น เว้นแต่กรรมการผู้นั้นจะได้แจ้งให้ที่ประชุม ผู้ถือหุ้นทราบก่อนที่จะมีมติแต่งตั้งตนเป็นกรรมการ

17. จัดให้มีการทำงบดุล และบัญชีกำไรขาดทุน และรายงานการตรวจสอบบัญชีของผู้สอบบัญชี ที่ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการตรวจสอบ พร้อมทั้งรายงานประจำปีของคณะกรรมการ ณ วันสิ้นรอบปีบัญชีของบริษัท เสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นในการประชุมสามัญประจำปีเพื่อพิจารณาอนุมัติภายในกำหนดสี่ (4) เดือน นับแต่วันสิ้นรอบปีบัญชี

18. จัดให้มีนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี และจรรยาบรรณทางธุรกิจ เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติของ กรรมการ และพนักงานรวมถึงทบทวนเป็นประจำ

19. เป็นแบบอย่างในการปฏิบัติตามนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี และจรรยาบรรณทางธุรกิจ รวมถึงนโยบายเรื่องข้อพึ่งปฏิบัติที่ดีสำหรับกรรมการบริษัทจดทะเบียนตามที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กำหนด

20. จัดให้มีระบบบัญชี การรายงานทางการเงินและการสอบบัญชีที่มีความน่าเชื่อถือรายงาน ต่อคณะกรรมการตรวจสอบ และจัดให้มีหน่วยงานตรวจสอบภายใน รวมทั้งดูแลให้มีกระบวนการในการประเมิน ความเหมาะสมของการควบคุมภายในและการตรวจสอบภายในให้มีประสิทธิภาพ

21. จัดให้มีการจดบันทึกรายงานการประชุมและข้อมติทั้งหมดของที่ประชุมผู้ถือหุ้นและของที่ประชุม คณะกรรมการ ลงไว้ในสมุดโดยถูกต้อง สมุดนั้นให้เก็บรักษาไว้ ณ สำนักงานของบริษัท บันทึกเช่นว่านี้เมื่อได้ลงลายมือชื่อของผู้เป็นประธานแห่งการประชุมซึ่งได้ลงมติ หรือแห่งการประชุมถัดจากครั้งนั้นมา ให้ถือว่าเป็นหลักฐานอันถูกต้องของเรื่องที่ปรากฏอยู่ในรายงานการประชุมนั้น และมติและการพิจารณาที่บันทึกไว้ให้ถือว่าได้ดำเนินการไปโดยถูกต้อง

22. จัดส่งเอกสารดังต่อไปนี้ให้ผู้ถือหุ้น พร้อมกับหนังสือนัดประชุมสามัญประจำปี

  • สำเนางบดุลและบัญชีกำไรขาดทุนที่ผู้สอบบัญชีตรวจสอบแล้ว พร้อมทั้งรายงาน การตรวจสอบบัญชีของผู้สอบบัญชี
  • รายงานประจำปีของบริษัทฯ

23. ทุ่มเทเวลา และให้ความสำคัญในการกำหนดวิสัยทัศน์ ทิศทาง และกลยุทธ์ โดยร่วมกันแสดง ความคิดเห็นอย่างเต็มที่ มีการแสวงหาข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการกำหนดทิศทางดังกล่าว รวมถึงมีการพิจารณาประเด็นความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผู้บริหารจะสามารถนำวิสัยทัศน์ ทิศทาง และกลยุทธ์ที่กำหนดขึ้นไปปฏิบัติให้เกิดผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

24.ทบทวนและมีส่วนร่วมในการกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ เพื่อให้ผู้บริหารและพนักงานมีจุดมุ่งหมาย ไปในทิศทางเดียวกัน และพิจารณาทบทวนและอนุมัติวิสัยทัศน์และพันธกิจของบริษัทอย่างสม่ำเสมอ และให้ความเห็นชอบ และติดตามให้ฝ่ายบริหารปฏิบัติตามแผนงานให้เป็นไปตามทิศทางและกลยุทธ์องค์กรอย่างสม่ำเสมอ

25.คณะกรรมการบริษัทฯ มีอำนาจตรวจสอบ และพิจารณาอนุมัตินโยบายแนวทาง และแผนการ ดำเนินงานสำหรับโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของบริษัทฯ ตามที่ได้รับเสนอจากคณะอนุกรรมการ และ/หรือฝ่ายบริหาร

26. กำหนดนโยบายบริหารความเสี่ยง และมีระบบบริหารจัดการความเสี่ยงและควบคุมภายใน ที่มีประสิทธิภาพครอบคลุมทั้งองค์กร และติดตามให้ฝ่ายบริหารรายงานผลการบริหารจัดการความเสี่ยง และแนวทางการจัดการความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น และเปิดเผยไว้ในรายงานประจำปี

27.จัดให้มีระบบ หรือกลไกลการจ่ายค่าตอบแทนผู้บริหารระดับสูง ของบริษัทฯ ที่มีความเหมาะสม เพื่อก่อให้เกิดแรงจูงใจทั้งในระยะสั่นและระยะยาว

28.รายงานให้บริษัทฯ ทราบถึงการมีส่วนได้เสียของตน หรือของบุคคลที่มีความเกี่ยวข้อง ซึ่งเป็น ส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการกิจการของบริษัท หรือบริษัทย่อย และรายงานข้อมูลเพิ่มเติมทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง โดยกรอกรายละเอียด การมีส่วนได้เสียของตน และบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องในแบบรายงานการมีส่วนได้เสียของกรรมการบริษัทฯ ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

29.เก็บรักษาข้อมูลภายในของบริษัทฯ ที่ล่วงรู้จากการปฏิบัติหน้าที่ และไม่นำไปใช้เพื่อประโยชน์ ของตนหรือผู้อื่น รวมถึงงดซื้อขายหลักทรัพย์ก่อนการประกาศแจ้งข่าวงบการเงินอย่างน้อย 1 เดือน และหลังการประกาศแจ้งข่าวงบการเงินอย่างน้อย 3 วัน

30.สอดส่องดูแลและจัดการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่อาจจะเกิดขึ้น รวมถึง รายการที่เกี่ยวโยงกัน ให้ความสำคัญในการพิจารณาธุรกรรมหลักที่มีความสำคัญ โดยมุ่งเน้นให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสีย โดยรวม

31.จัดให้มีการกำหนดค่าตอบแทนผู้บริหารที่เหมาะสม สร้างแรงจูงใจในการทำงาน และเทียบเคียง กับที่ปฏิบัติกันในอุตสาหกรรม และเชื่อมโยงกับผลปฏิบัติงานในรูปแบบของดัชนีวัดผลงาน โดยค่าคอบแทนระยะสั้น คือค่าตอบแทนรายเดือนและเงินโบนัส รวมถึงค่าตอบแทนระยะยาวซึ่งพิจารณาอนุมัติแต่ละคราวไป

32.จัดให้มีช่องทางในการสื่อสารกับผู้ถือหุ้นแต่ละกลุ่มอย่างเหมาะสมและประเมินผลในด้านการ เปิดเผยข้อมูลเพื่อให้มั่นใจว่ามีความถูกต้อง ชัดเจน โปร่งใส น่าเชื่อถือและมี มาตรฐานสากล

วาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการบริษัท

1. กรรมการมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 3 ปี และสามารถได้รับเลือกเข้ามาเป็นกรรมการใหม่ได้ บริษัทฯ ไม่ได้มีข้อห้ามการแต่งตั้งกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระกลับเข้ามาเป็นกรรมการใหม่ รวมทั้งไม่มีข้อห้ามเกี่ยวกับเรื่องอายุของกรรมการ แต่คำนึงถึงความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่

2. วาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการเป็นไปตามข้อบังคับของบริษัท ซึ่งในการประชุมสามัญประจำปีทุกคราว กรรมการต้องพ้นจากตำแหน่งจำนวน 1 ใน 3 ของจำนวนกรรมการ โดยให้กรรมการที่อยู่ในตำแหน่งนานที่สุดนั้นเป็น ผู้ออกจากตำแหน่งและกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งอาจได้รับเลือกตั้งเข้ามาดำรงตำแหน่งต่อได้

3.กรณีที่ตำแหน่งกรรมการว่างลงเพราะเหตุอื่นนอกจากออกตามวาระดังกล่าว ให้คณะกรรมการมีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของกรรมการที่เหลืออยู่เลือกบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 68 แห่งพระราชบัญญัติมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 เข้ามาเป็นกรรมการแทนในการประชุมคณะกรรมการในคราวถัดไป บุคคลซึ่งเข้าเป็นกรรมการแทนดังกล่าวจะอยู่ในตำแหน่งกรรมการได้เพียงวาระที่ยังเหลืออยู่ของกรรมการที่ตนแทน

4.กรรมการอิสระมีวาระการดำรงตำแหน่งติดต่อกันได้ไม่เกิน 3 วาระ หรือไม่เกิน 9 ปี แล้วแต่ระยะเวลาใด จะนานกว่า แต่หากคณะกรรมการบริษัทฯ เห็นมีความจำเป็นต้องขอให้กรรมการอิสระที่ดำรงตำแหน่งติดต่อกันมาครบ 3 วาระ หรือ 9 ปี ดำรงตำแหน่งต่อไป ก็ให้อำนาจคณะกรรมการบริษัทฯ ขยายระยะเวลาการดำรงตำแหน่งของกรรมการอิสระออกไปได้อีก

แผนการสืบทอดตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง

คณะกรรมการบริษัทฯ เล็งเห็นและตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องทรัพยากรบุคคลเป็นอย่างมาก จึงได้กำหนด ให้คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน มีการจัดทำแผนการสืบทอดตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้บริหารระดับสูงตั้งแต่ระดับผู้จัดการฝ่ายขึ้นไป และรายงานตรงต่อประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของบริษัทฯ ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด รวมถึงพิจารณาทบทวนแผนดังกล่าวเป็นประจำทุกปี

นโยบายและวิธีปฏิบัติในการดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทในบริษัทอื่นของกรรมการและผู้บริหาร

คณะกรรมการให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการ เพื่อให้กรรมการสามารถ อุทิศเวลาในการกำกับดูแลกิจการของบริษัทฯ ได้อย่างเต็มที่ จึงกำหนดเป็นนโยบายในการจำกัดจำนวนบริษัทที่กรรมการและผู้บริหารจะดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทจดทะเบียนอื่น โดยกรรมการและผู้บริหารจะสามารถดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทจดทะเบียนอื่นได้ไม่เกิน 5 แห่ง ปัจจุบันไม่มีกรรมการที่ดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทฯ เกินหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้

ภาวะผู้นำและวิสัยทัศน์

คณะกรรมการมีส่วนร่วมในการกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ กลยุทธ์ รวมทั้งเป้าหมายและแผนธุรกิจทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยได้มีการทบทวนนโยบายต่างๆ วิสัยทัศน์ พันธกิจ กลยุทธ์ และแผนธุรกิจเป็นประจำ ทุกปี นอกจากนี้ คณะกรรมการกำหนดดัชนีวัดความสำเร็จการดำเนินการขององค์กรในแต่ละด้าน ทั้งด้านการสร้างความเติบโต และการเงิน รวมทั้งการจัดให้มีระบบงานที่สำคัญได้แก่ ระบบการควบคุมภายใน และระบบการบริหารความเสี่ยง และได้ติดตามผลการดำเนินงานของฝ่ายบริหาร โดยกำหนดให้กรรมการผู้จัดการนำเสนอรายงานเป็นประจำทุกไตรมาส เพื่อสอบทานให้การดำเนินงานของบริษัทฯ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

นโยบายการกำกับดูแลกิจการ

บริษัทฯ ได้จัดให้มีนโยบายการกำกับดูแลกิจการของบริษัทฯ เป็นลายลักษณ์ อักษร โดยคณะกรรมการจะได้จัดให้มีการทบทวนนโยบายและการปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าวเป็นประจำ นอกจากนี้ภายหลังจากที่หุ้นสามัญของบริษัทฯ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แล้ว บริษัทฯ จะถือปฏิบัติตามกฎและข้อบังคับต่างๆ ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทยกำหนด โดยจะเปิดเผยรายงานการกำกับดูแลกิจการไว้ในรายงานประจำปี (แบบ 56-2) แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1) และเผยแพร่ไว้ใน www.betterwordgreen.com ซึ่งประกอบด้วยการกำกับดูแลในด้านต่างๆ ดังนี้

1. ด้านสิทธิของผู้ถือหุ้น : บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญกับผู้ถือหุ้นในฐานะนักลงทุนในหลักทรัพย์และเจ้าของบริษัท จึงส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นได้ใช้สิทธิพื้นฐานทางกฎหมาย เช่น การมีส่วนแบ่งในกำไรของกิจการ การ ซื้อขายหรือการโอนหุ้น การได้รับข่าวสารข้อมูลของกิจการอย่างเพียงพอ การเข้าร่วมประชุมเพื่อใช้สิทธิออกเสียง ในที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อแต่งตั้งหรือถอดถอนกรรมการ กำหนดค่าตอบแทนกรรมการ การแต่งตั้งผู้สอบบัญชี และกำหนดจำนวนเงินค่าสอบบัญชี และเรื่องที่มีผลกระทบต่อบริษัท นอกจากการส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นใช้สิทธิขั้นพื้นฐาน บริษัทฯ ยังได้ดูแลและปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียม เช่น การให้ข้อมูลที่สำคัญที่เป็นปัจจุบันผ่านเว็บไซต์ และการจัดให้ผู้ถือหุ้นเข้าเยี่ยมชมกิจการ และไม่ได้มีการดำเนินการใดๆ อันเป็นการละเมิดหรือลิดรอนสิทธิของผู้ถือหุ้นแต่อย่างใด

2. ด้านการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน : คณะกรรมการบริษัทฯ ได้ดูแลและสอบทานกรอบโครงสร้างของการกำกับดูแลกิจการเป็นประจำเพื่อสร้างความมั่นใจว่า การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นทุกราย รวมถึงผู้ถือหุ้นรายย่อย ผู้ถือหุ้นต่างชาติ และนักลงทุนสถาบัน มีความเท่าเทียมกันและยุติธรรม รวมทั้งกระบวนการดูแลผู้ถือหุ้นให้ไม่มีความยุ่งยากหรือมีต้นทุนสูงโดยไม่จำเป็น ผู้ถือหุ้นมีสิทธิที่จะเข้าร่วมในการตัดสินใจ และได้รับทราบถึงผลของการตัดสินใจของบริษัทฯ สำหรับเหตุการณ์ที่สำคัญตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายหรือข้อบังคับบริษัทฯ นอกจากนี้ ยังได้ กำหนดแนวทางในการเก็บรักษาและป้องกันการใช้ข้อมูลภายในเป็นลายลักษณ์อักษรในจรรยาบรรณของกรรมการและจรรยาบรรณของพนักงานเพื่อป้องกันการใช้ข้อมูลภายในเพื่อหาผลประโยชน์ให้แก่ตนเองและผู้อื่นในทางมิชอบ ซึ่งเป็นการเอาเปรียบผู้ถือหุ้นรายอื่น หรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ถือหุ้นโดยรวม โดยมีหลักการสำคัญ และได้กำหนดแนวปฏิบัติเรื่องการเปิดเผยข้อมูลส่วนได้เสียของกรรมการและผู้บริหารเพื่อความโปร่งใสและป้องกันปัญหาการขัดแย้งของผลประโยชน์

3. ด้านบทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย : บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญต่อสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มไม่ว่าจะเป็นผู้มีส่วนได้เสียภายใน ได้แก่ พนักงานและผู้บริหารของบริษัทฯ หรือผู้มีส่วนได้เสียภายนอก เช่น ผู้ถือหุ้น คู่แข่ง คู่ค้า ลูกค้า เจ้าหนี้ เป็นต้น โดยบริษัทฯ ตระหนักดีว่า การสนับสนุนและข้อคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มจะเป็นประโยชน์ในการดำเนินงานและการพัฒนาธุรกิจของบริษัทฯ ดังนั้นบริษัทฯ จะปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องเพื่อให้สิทธิของผู้มีส่วนได้เสียดังกล่าวได้รับการดูแลเป็นอย่างดี นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังส่งเสริมให้ความร่วมมือระหว่างบริษัทฯ และกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียแต่ละกลุ่ม เพื่อสร้างความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้น

4. ด้านการเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส : บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของการเปิดเผย ข้อมูลที่มีความถูกต้อง ครบถ้วน และโปร่งใสทั้งรายงานข้อมูลทางการเงินและข้อมูลทั่วไป ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยตลอดจนข้อมูลอื่นที่สำคัญที่มีผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์ของบริษัทฯ ซึ่งล้วนมีผลต่อกระบวนการตัดสินใจของผู้ลงทุนและผู้มีส่วนได้เสียของบริษัทฯ โดยบริษัทฯ ได้เผยแพร่ข้อมูลสารสนเทศของบริษัทฯ ต่อผู้ถือหุ้น นักลงทุน และสาธารณชนผ่านช่องทาง และสื่อการเผยแพร่ข้อมูลต่างๆ ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมถึงเว็บไซต์ของบริษัทฯ คือ www.betterworldgreen.com

5. ด้านความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัทฯ : มีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลกิจการเพื่อ ประโยชน์สูงสุดของบริษัทฯ และมีความรับผิดชอบผลการปฏิบัติหน้าที่ต่อผู้ถือหุ้น โดยเป็นอิสระจากฝ่ายบริหาร

นโยบายต่อต้านการให้สินบนและการคอร์รัปชั่น

บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นในการป้องกันและต่อต้านการคอร์รัปชั่นในทุกรูปแบบทั้งทางตรงหรือทางอ้อม และเพื่อ ให้การดำเนินการทางธุรกิจที่อาจมีความเสี่ยงด้านการคอร์รัปชั่น ได้รับการพิจารณาและปฏิบัติอย่างรอบคอบ บริษัทฯ จึงได้จัดทำ นโยบายต่อต้านการให้สินบนและการคอร์รัปชั่นเป็นลายลักษณ์อักษรขึ้น โดยกำหนดให้บริษัทฯ และบริษัทย่อยปฏิบัติตามนโยบายต่อต้านการให้สินบนและการคอร์รัปชั่น เพื่อมุ่งมั่นที่จะผลักดันและรักษาวัฒนธรรมองค์กรโดยยึดมั่นว่า “คอร์รัปชั่นเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ในการทำธุรกรรมทั้งกับภาครัฐและภาคเอกชน” ซึ่งบริษัทฯ ได้เผยแพร่ไว้ใน www.betterworldgree.com

แนวทางการปฏิบัติงานตามนโยบายต่อต้านการให้สินบนและการคอร์รัปชั่น

1. บริษัทฯ มีนโยบายต่อต้านการให้สินบนและการคอร์รัปชั่นอย่างสิ้นเชิง และถือปฏิบัติตามกฎหมายทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการต่อต้านการให้สินบนและการคอร์รัปชั่นในประเทศไทย

2. บริษัทฯ จะไม่เข้าไปมีส่วนร่วมในการให้สินบนและการคอร์รัปชั่น ทั้งทางตรงและทางอ้อมและมุ่งมั่นที่จะนำระบบที่มีประสิทธิผลมาใช้ในการต่อต้านการให้สินบนและการคอร์รัปชั่น

3. กรรมการบริษัทฯ ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับ ต้องปฏิบัติตามนโยบายการต่อต้านการให้สินบนและการคอร์รัปชั่นและจรรยาบรรณ โดยไม่เข้าไปมีส่วนร่วมในการคอร์รัปชั่น การให้ / รับสินบน แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐและเอกชน เช่น บุคลากรของบริษัทต่างๆ ที่มีธุรกรรมร่วมกับบริษัทฯ ทั้งทางตรงและทางอ้อม เพื่อให้ได้มาหรือคงไว้ซึ่งธุรกิจหรือข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน

4. พนักงานไม่พึงละเลยหรือเพิกเฉย เมื่อพบเห็นการกระทำที่เข้าข่ายคอร์รัปชั่นที่เกี่ยวข้อง ต้องแจ้งต่อผู้บังคับบัญชา หรือบุคคลที่รับผิดชอบทราบ และให้ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่างๆ

5. การดำเนินการใดๆ ตามนโยบายต่อต้านคอร์รัปชั่นให้ใช้แนวปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ในจรรยาบรรณธุรกิจของบริษัทฯ และระเบียบ รวมทั้งคู่มือปฏิบัติงานของบริษัทฯ ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนแนวทางปฏิบัติอื่นใดที่บริษัทฯ จะกำหนดขึ้นต่อไป

6. การคอร์รัปชั่น เป็นการกระทำผิดจรรยาบรรณธุรกิจของบริษัทฯ ซึ่งจะต้องได้รับการพิจารณาโทษทางวินัยตามระเบียบที่บริษัทฯ กำหนดไว้ นอกจากนี้ อาจจะได้รับโทษตามกฎหมาย หากการกระทำนั้นผิดกฎหมาย

7. บริษัทฯ จะให้ความเป็นธรรม และคุ้มครองพนักงานที่แจ้ง หรือให้ความร่วมมือในการรายงาน เรื่องคอร์รัปชั่นที่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ

8.บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญในการสื่อสาร และประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ กรรมการบริษัท ผู้บริหาร พนักงาน และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ ในเรื่องที่ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามนโยบายต่อต้านคอร์รัปชั่นนี้

9. บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะสร้างและรักษาวัฒนธรรมองค์กรที่ยึดมั่นว่าคอร์รัปชั่นเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ทั้งการทำธุรกรรมกับภาครัฐและภาคเอกชนข้อกำหนดในการดำเนินการ

จรรยาบรรณทางธุรกิจ

คณะกรรมการได้จัดให้มีจรรยาบรรณเพื่อเป็นแนวทางและข้อพึงปฏิบัติที่ดีเพื่อให้กรรมการ ผู้บริหาร ตลอดจนพนักงานยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจของบริษัทฯ ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และเที่ยงธรรมทั้งการปฏิบัติต่อบริษัทฯ ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม สาธารณชนและสังคม รวมทั้งการกำหนดระบบติดตามการปฏิบัติตามแนวทางดังกล่าวเป็นประจำ ทั้งนี้บริษัทฯ ได้จัดอบรมชี้แจงพนักงานเพื่อให้ได้รับทราบเรื่องการปฏิบัติตามจรรยาบรรณทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง กรรมการ ผู้บริหารและพนักงานของบริษัทฯ มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามจรรยาบรรณอย่างเคร่งครัด ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นมีหน้าที่สอดส่องและส่งเสริมให้ผู้ใต้บังคับบัญชาปฏิบัติตามจรรยาบรรณที่กำหนด และประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดี เพื่อให้เป็นการส่งเสริมให้พนักงานได้ปฏิบัติตาม บริษัทฯ ได้เผยแพร่จรรยาบรรณไว้ใน www.betterworldgreen.com

ระบบการควบคุมและตรวจสอบภายใน

คณะกรรมการบริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อระบบการควบคุมภายในเพียงพอและหมาะสมในทุกระดับของการปฏิบัติงาน โดยได้กำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบและอำนาจในการดำเนินการของผู้บริหารและพนักงานที่เป็นลายลักษณ์อักษรชัดเจน มีการแบ่งแยกอำนาจอย่างเหมาะสมเพื่อให้เกิดการถ่วงดุลและตรวจสอบระหว่างกัน มีการควบคุมดูแลการใช้ทรัพย์สินของบริษัทฯ ให้เป็นไปเพื่อประโยชน์อย่างแท้จริง รวมทั้งจัดให้มีระบบรายงานทางการเงินที่ถูกต้องและทันเวลา โดยบริษัทฯ ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเพื่อทำหน้าที่ในการสอบทานระบบการควบคุมภายในและการตรวจสอบภายในที่เหมาะสม

บริษัทฯ กำหนดให้มีส่วนตรวจสอบภายในทำหน้าที่ตรวจสอบการปฏิบัติงานหลัก และกิจกรรมทางการเงินที่สำคัญของบริษัทฯ และบริษัทย่อยให้ดำเนินไปในแนวทางที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นไปตามกฎหมาย และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ ควบคุมระบบภายในและตรวจสอบรายการที่สำคัญอย่างสม่ำเสมอ และจะรายงานผลการตรวจสอบโดยตรงต่อคณะกรรมการตรวจสอบ ทำให้ส่วนตรวจสอบภายในมีความเป็นอิสระ สามารถตรวจสอบและถ่วงดุลได้อย่างเต็มที่

การแต่งตั้งและพิจารณาค่าตอบแทนของผู้สอบบัญชี

คณะกรรมการตรวจสอบเป็นผู้พิจารณาคัดเลือก เสนอแต่งตั้ง และถอดถอนบุคคลซึ่งมีความเป็นอิสระเพื่อ ทำหน้าที่เป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทฯ และเสนอค่าตอบแทนผู้สอบบัญชี โดยคณะกรรมการจะนำเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติ คณะกรรมการและคณะกรรมการตรวจสอบมีความเห็นว่าบริษัท กรินทร์ออดิท จำกัด มีความเชี่ยวชาญในวิชาชีพ มีความเป็นอิสระและเป็นกลาง มีประสบการณ์ในงานสอบบัญชี มีความต่อเนื่องในการตรวจสอบบัญชีและทราบข้อมูลของบริษัทฯ และบริษัทในเครือ เป็นอย่างดี โดยกำหนดเงินค่า สอบบัญชีประจำปี 2560 เป็นจำนวนเงิน 3,925,000 บาท (บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) จำนวน 1,180,000 บาท / บริษัท เบตเตอร์ เวสท์ แคร์ จำกัด จำนวน 400,000 บาท / บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ ทรานสปอร์ต จำกัด จำนวน 325,000 บาท / บริษัท เอิร์ธ เทค เอ็นไวรอนเมนท์ จำกัด จำนวน 1,850,000 บาท/บริษัท บี กรีน ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด จำนวน 160,000 บาท ) ทั้งนี้ ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2560 ที่ประชุมได้อนุมัติการแต่งตั้งผู้สอบบัญชีและค่าตอบแทนของผู้สอบบัญชีตามที่คณะกรรมการเสนอ

การบริหารความเสี่ยง

คณะกรรมการบริษัทฯ ได้กำหนดเป้าหมายการดำเนินธุรกิจที่ชัดเจนและสามารถวัดผลการดำเนินงานได้ โดยฝ่ายบริหารจะมีการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานจริงกับเป้าหมายที่กำหนดไว้เป็นประจำ โดยมีการประเมินปัจจัยความเสี่ยงที่มาจากภายในและภายนอก วิเคราะห์ปัจจัยที่เป็นสาเหตุ และกำหนดมาตรการในการติดตามเหตุการณ์ ที่เป็นสาเหตุของปัจจัยความเสี่ยง มาตรการในการลดความเสี่ยง รวมทั้งมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามความเสี่ยงนั้นอย่างสม่ำเสมอและรายงานความคืบหน้าต่อผู้บังคับบัญชา

ความขัดแย้งทางผลประโยชน์

คณะกรรมการบริษัทฯ มีนโยบายเกี่ยวกับการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์บนหลักการที่ว่าการตัดสินใจใดๆ ในการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจจะต้องทำเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของบริษัทเท่านั้น และควรหลีกเลี่ยงการกระทำที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ โดยกำหนดให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีส่วนได้เสียกับรายการที่พิจารณา ต้องแจ้งให้บริษัททฯ ทราบถึงความสัมพันธ์หรือการมีส่วนได้เสียของตนในรายการดังกล่าว และต้องไม่เข้าร่วมการพิจารณาตัดสินใจ รวมถึงไม่มีอำนาจอนุมัติในธุรกรรมนั้นๆ

หากมีรายการที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์เกิดขึ้นที่มิใช่การดำเนินการตามธุรกิจปกติหรือเป็นไปตามเงื่อนไขการค้าทั่วไป จะต้องนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ พิจารณาอนุมัติ โดยให้คณะกรรมการตรวจสอบพิจารณาความเหมาะสมอย่างรอบคอบเพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท และหรือที่ประชุมผู้ถือหุ้น (แล้วแต่กรณี) ทั้งนี้บริษัทฯ จะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมทั้งจะได้มีการเปิดเผยไว้ในหมายเหตุประกอบงบการเงิน รายงานประจำปี และแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1) ด้วย

การควบคุมการทุจริต

คณะกรรมการเห็นว่า การทุจริตเป็นความเสี่ยงที่สำคัญขององค์กร จึงได้กำหนดมาตรการในการควบคุม การทุจริต ดังนี้

1. มาตรการป้องกัน ได้แก่การจัดผังองค์กรให้เหมาะสมกับการควบคุมและการบริหารธุรกิจ การจัดให้มีจรรยาบรรณที่เป็นลายลักษณ์อักษร และส่งเสริมการปฏิบัติตามจรรยาบรรณ การจัดให้มีระบบการควบคุมภายในที่ดี และการประเมินผลการควบคุมภายในของแต่ละหน่วยงาน

2.การดำเนินการตรวจสอบ ได้แก่การมอบหมายให้ผู้บังคับบัญชาในแต่ละระดับมีหน้าที่ในการป้องกันและตรวจสอบการทุจริตและข้อผิดพลาดในการปฏิบัติงาน รวมทั้งมีหน่วยงานตรวจสอบภายในที่เป็นอิสระจากผู้บริหารระดับสูงช่วยตรวจสอบการปฏิบัติตามกฏระเบียบและการตรวจสอบสัญญาณเตือนภัยความเสี่ยงต่างๆ

3.การให้ความเป็นธรรม โดยการสอบสวนทุจริต เพื่อความเป็นธรรมแก่ผู้ถูกล่าวหา และกำหนดความคุ้มครองอย่างเหมาะสมกับผู้แจ้งเบาะแส

รายงานของคณะกรรมการ

คณะกรรมการบริษัทฯ เป็นผู้รับผิดชอบต่อการดำเนินธุรกิจที่สำคัญและการกำกับดูแลกิจการ งบการเงินรวมของบริษัทฯ และบริษัทย่อย และสารสนเทศทางการเงินที่ปรากฏต่อสาธารณชนในแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี และรายงานประจำปี โดยการจัดทำงบการเงินดังกล่าวจะเป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองทั่วไปในประเทศไทยและตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ โดยเลือกนโยบายบัญชีที่เหมาะสมและถือปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ และใช้ดุลยพินิจอย่างระมัดระวัง และประมาณการที่ดีที่สุดในการจัดทำ รวมทั้งมีการเปิดเผยข้อมูลสำคัญอย่างเพียงพอ ในหมายเหตุประกอบงบการเงิน คณะกรรมการบริษัทฯ ได้จัดให้มีการดำรงรักษาไว้ซึ่งระบบควบคุมภายในที่มีประสิทธิผลเพื่อให้มั่นใจได้อย่างมีเหตุผลว่าการบันทึกข้อมูลทางบัญชีมีความถูกต้อง ครบถ้วน และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริตหรือการดำเนินการที่ผิดปกติอย่าง มีสาระสำคัญ

ในการนี้ คณะกรรมกรรมการบริษัทฯ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ ซึ่งประกอบด้วยกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารและเป็นอิสระอย่างเพียงพอ เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบเกี่ยวกับคุณภาพของของรายงานทางการเงินและระบบควบคุมภายใน รวมทั้งได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการบริหารความเสี่ยง ซึ่งประกอบด้วยกรรมการอิสระ และผู้บริหารระดับสูง เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบพิจารณาความเสี่ยงในระบบงานต่างๆ ของบริษัทฯ

3. การป้องกันการนำข้อมูลภายในไปใช้ประโยชน์ของผู้บริหาร

บริษัทฯ มีนโยบายและวิธีการดูแลกรรมการและผู้บริหารในการนำข้อมูลภายในของบริษัทซึ่งยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณชนไปใช้เพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตน รวมทั้งการซื้อขายหลักทรัพย์ ดังนี้

1. ให้ความรู้แก่กรรมการรวมทั้งผู้บริหารฝ่ายต่างๆ เกี่ยวกับหน้าที่ที่ต้องรายงานการถือครองหลักทรัพย์ ของตน คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตามมาตรา 59 และบทกำหนดโทษ ตามมาตรา 275 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535

2. บริษัทฯ กำหนดให้กรรมการและผู้บริหารรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือครองหลักทรัพย์ต่อ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ตามมาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่เกิดรายการเปลี่ยนแปลงและจัดส่งสำเนารายงานนี้ให้แก่บริษัทฯในวันเดียวกับวันที่ส่งรายงานต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

3. บริษัทฯ กำหนดให้กรรมการ ผู้บริหาร และผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องที่ได้รับทราบข้อมูลภายในที่ เป็นสาระสำคัญ ซึ่งมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงราคาหลักทรัพย์ จะต้องระงับการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทฯ ก่อนที่งบการเงินหรือข้อมูล ภายในนั้นจะเปิดเผยต่อสาธารณชนเป็นเวลา 1 เดือน รวมทั้งห้ามไม่ให้เปิดเผยข้อมูลที่เป็นสาระสำคัญนั้นต่อบุคคลอื่น

4. บริษัทฯ กำหนดบทลงโทษทางวินัยหากมีการฝ่าฝืนนำข้อมูลภายในไปใช้หาประโยชน์ส่วนตน ซึ่งเริ่มตั้งแต่ การตักเตือนเป็นหนังสือ ตัดค่าจ้าง พักงานชั่วคราวโดยไม่ได้รับค่าจ้าง หรือให้ออกจากงานซึ่งการลงโทษจะพิจารณาจากเจตนาของการกระทำ และความร้ายแรงของความผิดนั้นๆ

1. การควบคุมภายใน

สรุปความเห็นของคณะกรรมการบริษัท

ระบบการควบคุมภายในที่ดีสามารถป้องกัน และลดความเสี่ยงหรือความเสียหายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นต่อองค์กรได้เป็นอย่างดี บริษัทฯ ได้นำหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Good Corporate Governance) เป็นแนวทางหนึ่งในการกำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัทฯ บริษัทฯ ได้รับการรับรองเป็นสมาชิกแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทย ในการต่อต้านการทุจริต

ทั้งนี้คณะกรรมการบริษัทฯ ได้มอบหมายให้คณะกรรมการตรวจสอบ เป็นผู้สอบทาน ติดตามประเมินผลอย่างสม่ำเสมอ และรายงานผลการปฏิบัติงานต่อคณะกรรมการบริษัทฯ ทราบเป็นประจำ

ซึ่งในการประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ได้พิจารณาระบบการควบคุมภายในของฝ่ายบริหารที่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการตรวจสอบแล้วมีความเห็นตรงกันว่า บริษัทฯ มีระบบควบคุมภายในที่เหมาะสม และเพียงพอในการดูแลการดำเนินงานให้เป็นไปตามเป้าหมาย วัตถุประสงค์ กฎหมาย ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยบริษัทฯ ได้จัดให้มีบุคลากรอย่างเพียงพอที่จะดำเนินการตามระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ และให้ความสำคัญต่อการควบคุมภายในอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีระบบควบคุมภายในในเรื่องการติดตามควบคุมดูแลการดำเนินงานของบริษัทย่อยให้สามารถป้องกันทรัพย์สินของบริษัทฯ และบริษัทย่อยจากการที่กรรมการหรือผู้บริหารนำไปใช้โดยมิชอบหรือโดยไม่มีอำนาจ รวมถึงการทำธุรกรรมกับบุคคลที่อาจมีความขัดแย้งและบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน อย่างเพียงพอแล้ว สำหรับการควบคุมภายในในหัวข้ออื่น คณะกรรมการบริษัทฯ เห็นว่า บริษัทฯ มีการควบคุมภายในที่เพียงพอแล้วเช่นกัน ตลอดจนในปีที่ผ่านมาคณะกรรมการตรวจสอบ และคณะกรรมการบริษัทฯ ไม่เคยได้รับรายงานว่ามีข้อบกพร่องที่เป็นสาระสำคัญจากผู้สอบบัญชีและฝ่ายตรวจสอบภายในแต่อย่างใด

นอกจากนี้ ผู้สอบบัญชีของบริษัทฯ คือ นายจิโรจ ศิริโรโรจน์ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเลขที่ทะเบียน 5113 ซึ่งเป็นผู้สอบทานงบการเงินรายไตรมาสและผู้ตรวจสอบงบการเงินประจำปี 2560 สิ้นสุดวันที่ ธันวาคม 31 2560 มิได้แสดงความเห็นว่า บริษัทฯ มีข้อบกพร่องที่มีสาระสำคัญเกี่ยวกับระบบการควบคุมภายใน ในรายงานการสอบบัญชีดังกล่าวแต่ประการใด

อนึ่ง บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญใน 5 องค์ประกอบหลักสำหรับการควบคุมภายใน ดังต่อไปนี้

1. การควบคุมภายในองค์กร (Control Environment)

กำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ และเป้าหมายการดำเนินธุรกิจไว้อย่างชัดเจน เพื่อเป็นแนวทางในการ ปฏิบัติของฝ่ายบริหารและพนักงาน และมีการติดตามอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปตามเป้าหมายโดยคำนึงถึงความเป็นธรรมต่อคู่ค้าตลอดจนผู้ร่วมลงทุน เพื่อประโยชน์ของบริษัทในระยะยาว

บริษัทฯ จัดโครงสร้างองค์กรให้มีความเหมาะสม สามารถอำนวยให้ฝ่ายบริหารดำเนินงาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจและปรับปรุงเมื่อสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไป

การกำหนดนโยบายการกำกับดูแลกิจการจรรยาบรรณธุรกิจ นโยบายต่อต้านการให้สินบน และการคอร์รัปชั่นเป็นลายลักษณ์อักษรสำหรับกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อย ยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ที่คลอบคลุมถึงบทลงโทษ ช่องทางรับข้อร้องเรียน และการคุ้มครองต่อผู้แจ้งเบาะแส ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะส่งเสริมค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กร โดยมุ่งหวังว่าพนักงานทุกคนจะร่วมกันสอดส่องดูแล หรือร้องเรียนเมื่อพบพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม อันจะส่งผลให้เกิดการพัฒนาองค์กรสู่ความยั่งยืน

ทั้งนี้ ในปี 2560 บริษัทฯได้รับรางวัลแห่งความภาคภูมิใจกับรางวัล “ESG 100 Certificate” ประจำปี 2560 ต่อเนื่องเป็นปีที่3 ในฐานะเป็น 1 ใน 100 ที่ได้รับการคัดเลือกจาก 656 บจ.จดทะเบียนทั่วประเทศในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่มีการดำเนินงานโดดเด่นในผลประกอบการทางการเงินและให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าร่วมตลอดห่วงโซ่ธุรกิจทั้งมิติสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (Environmental, Social and Governance : ESG) รวมถึงบริษัทได้เข้าร่วมและได้รับรางวัลคุณภาพ “CSR-DIW Continuous Award 2017” ภายใต้โครงการส่งเสริมโรงงานอุตสาหกรรมให้มีความรับผิดชอบต่อสังคมและอยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างยั่งยืน ที่จัดขึ้นโดย กรมโรงงานอุตสาหกรรมกระทรวงอุตสาหกรรมอันเป็นรากฐานสำคัญในการส่งเสริมศักยภาพธุรกิจให้มีความเข้มแข็ง สร้างความเชื่อมั่นและผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวแก่ผู้ลงทุน นำไปสู่การยกระดับพัฒนาคุณภาพธุรกิจให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนมั่นคง

2. การประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment)

บริษัทฯ ได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการบริหารความเสี่ยงเพื่อให้มั่นใจว่า บริษัทฯ มีการบริหาร และจัดการความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของการประเมินความเสี่ยงว่าเป็นเครื่องมือที่บ่งบอกล่วงหน้า ถึงสัญญาณ ที่อาจสร้างความเสียหายให้แก่บริษัทฯ ดังนั้นบริษัทฯ จึงได้จัดทำการประเมินความเสี่ยงทั้งจากภายในและภายนอกองค์กร รวมทั้งปัจจัยเสี่ยงที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของบริษัทฯ ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ให้มีการกำหนดมาตรการในการบริหารความเสี่ยง เพื่อเป็นการลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับองค์กรได้ และให้มีการทบทวนมาตรการในการบริหารความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ

ในขณะเดียวกัน ทุกหน่วยงานที่อยู่ในระบบมาตรฐานการจัดการนั้น บริษัทฯ ได้จัดทำระเบียบการกำหนดบริบทองค์กรและประเมินความเสี่ยงธุรกิจเพื่อกำหนดวิธี/แนวทางในการกำหนดบริบทขององค์กรผู้มีส่วนได้-ส่วนเสียและการประเมินความเสี่ยงธุรกิจและนำผลการประเมินความเสี่ยงธุรกิจที่ได้มาพิจารณากำหนดมาตรการควบคุมความเสี่ยงในแต่ระดับและนำไปสู่การบริหารความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพขององค์กร

3. การควบคุมการปฏิบัติงาน (Control Activities)

บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อระบบควบคุมภายใน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการดำเนินงาน โดยบริษัทฯ มีการกำหนดภาระหน้าที่และอำนาจในการดำเนินการของผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานไว้เป็นลายลักษณ์อักษรอย่างชัดเจน มีการควบคุมดูแลการใช้ทรัพย์สินของบริษัทฯ ให้เกิดประโยชน์ และมีการแบ่งแยกหน้าที่ปฏิบัติงาน และผู้ติดตามควบคุมและประเมินผลออกจากกัน เพื่อให้เกิดการถ่วงดุลและตรวจสอบระหว่างกันอย่างเหมาะสมรวมทั้งการนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้ในกระบวนการปฏิบัติงานอย่างเหมาะสม

บริษัทฯ มีนโยบายเพื่อให้การพิจารณาอนุมัติธุรกรรมคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของบริษัทฯ เป็นสำคัญ และพิจารณาโดยถือเสมือนเป็นรายการที่กระทำกับบุคคลภายนอก

4. ระบบสารสนเทศและการสื่อสารข้อมูล (Information & Communication)

บริษัทฯ กำหนดให้มีการพัฒนาระบบสารสนเทศอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพ และเพื่อให้เอื้ออำนวยต่อการปฏิบัติงานของผู้บริหารและพนักงานที่เกี่ยวข้อง และบริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญต่อความถูกต้อง เชื่อถือได้ และความทันเวลาของข้อมูลสารสนเทศต่างๆ โดยเฉพาะข้อมูลที่มีสาระสำคัญ เพื่อให้การตัดสินใจในเรื่องต่างๆ เป็นไปอย่างถูกต้อง และทันท่วงที โดยบริษัทฯ ได้จัดให้มีช่องทางการสื่อสารทั้งภายในและภายนอกองค์กรเป็นไปอย่างมีระบบและมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ได้ให้มีการบันทึกข้อมูลทางด้านบัญชีให้เป็นไปตามมาตรฐานทางบัญชีที่รับรองทั่วไป และบันทึกข้อมูลทางบัญชีอย่างสม่ำเสมอ และในด้านของสารสนเทศที่จัดส่งให้แก่คณะกรรมการบริษัทและผู้ถือหุ้นบริษัทฯ ดำเนินการจัดส่งเป็นการล่วงหน้าก่อนวันประชุมเพื่อให้มีข้อมูลเพียงพอต่อการตัดสินใจ

5. ระบบการติดตาม (Monitoring Activities)

บริษัทฯ จัดให้มีระบบข้อมูลที่มีประสิทธิภาพเพื่อให้คณะกรรมการบริษัทฯ และผู้บริหารสามารถ ติดตามข้อมูลได้อย่างถูกต้องและทันท่วงที พร้อมกับสามารถทบทวนประเมินผล แนะนำและปรับปรุงเกี่ยวกับแผนการดำเนินธุรกิจได้ ควบคู่ไปกับฝ่ายตรวจสอบภายในที่ทำการตรวจสอบการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ซึ่งฝ่ายตรวจสอบภายในได้ดำเนินการตรวจสอบระบบควบคุมภายในอย่างสม่ำเสมอตามแผนงานการตรวจสอบประจำปี และรายงานโดยตรงต่อคณะกรรมการตรวจสอบ โดยผลการตรวจสอบที่ผ่านมาไม่พบว่ามีข้อบกพร่องที่เป็นสาระสำคัญต่อระบบการควบคุมภายในแต่ประการใดซึ่งฝ่ายตรวจสอบภายในมีหน้าที่ตรวจสอบเพื่อให้มั่นใจได้ว่า การปฏิบัติงานหลักและกิจกรรมทางการเงินที่สำคัญของบริษัทฯ ได้ดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพภายใต้แนวทางที่กำหนด และกฎระเบียบ ข้อบังคับของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งบริษัทฯ ได้แต่งตั้งนางสาวศิริพร เสือสกุล ให้ดำรงตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายตรวจสอบภายในของบริษัทตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน 2551 ซึ่งมีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานด้านการตรวจสอบภายใน ผ่านการอบรมในหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานด้านตรวจสอบภายใน และมีความเข้าใจในกิจกรรมและการดำเนินงานของบริษัท ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่เป็นเลขานุการของคณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อสนับสนุนภาระหน้าที่และความรับผิดชอบทุกหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบที่ได้รับมอบหมายมาจากคณะกรรมการบริษัทให้มีประสิทธิผล โดยจัดให้มีการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบทุกไตรมาส และมีบทบาทในการให้คำปรึกษาแนะนำในด้านต่างๆ เพื่อให้ข้อเสนอแนะหรือคำแนะนำที่เป็นประโยชน์ต่อองค์กร และยังมุ่งเน้นการพัฒนางานตรวจสอบภายในให้มีคุณภาพ และสนับสนุนให้พนักงานตรวจสอบภายในมีการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ

ภายหลังบริษัทได้รับการรับรองเป็นสมาชิกแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่น เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2559 คณะกรรมการตรวจสอบได้ให้ความสำคัญด้านการกำกับดูแลการปฏิบัติตามแนวทางการต่อต้านทุจริตและคอร์รัปชั่น โดยมอบหมายให้ฝ่ายตรวจสอบภายในนำหลักเกณฑ์การประเมินเกี่ยวกับมาตรการต่อต้านทุจริตและคอร์รัปชั่นเพิ่มเติมไว้ในการตรวจสอบทุกระบบงานเพื่อให้บริษัทเตรียมความพร้อมเข้าสู่กระบวนการต่ออายุใบรับรอง (Re-certification) ในปี 2562 จากคณะกรรมการแนวร่วมฯ ภายหลังจากได้รับการรับรองครั้งแรกดังกล่าว

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้รับการรับรองมาตรฐานระบบการจัดการด้านคุณภาพและสิ่งแวดล้อม (ISO 9001 : 2015 &ISO 14001: 2015)และด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (OHSAS 18001:2007 &TIS 18001 : 2011) ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของระบบควบคุมภายในเช่นเดียวกัน ที่มีทีมงาน Internal Audit ควบคุมและบริหารโดย QMR ที่แต่งตั้งจากกรรมการผู้จัดการ ทั้งนี้ Auditor ดังกล่าวต้องผ่านการอบรมระบบ IA เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของฝ่ายต่างๆ หากผลการตรวจออกมาพบปัญหาหรือไม่ได้มาตรฐานตามที่กำหนด หน่วยงานนั้นจะได้รับการร้องขอให้แก้ไข CAR (Corrective Action Request) และถูกตรวจสอบซ้ำในเรื่องดังกล่าวถี่ขึ้น แล้วนำเข้าที่ประชุม ManagementReviewed ที่กรรมการผู้จัดการเป็นประธานที่ประชุม มีการบันทึกและติดตามผลอย่างต่อเนื่อง รวมถึงทุกๆ 6 เดือนหน่วยงานภายนอกที่ให้การรับรองระบบ (SGS) เข้าตรวจติดตามเพื่อยืนยันว่าทุกหน่วยงานที่อยู่ในระบบมาตรฐานการจัดการยังคงปฏิบัติตามระบบที่วางไว้อย่างมีประสิทธิผลจริง

2. การบริหารจัดการความเสี่ยง

บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด(มหาชน) ตระหนักว่า การบริหารความเสี่ยงเป็นส่วนหนึ่งของการกำกับดูแลกิจการที่ดี ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ของบริษัทได้ในขณะเดียวกันก็ลดอุปสรรคหรือสิ่งที่ไม่คาดหวังที่อาจจะเกิดขึ้นทั้งในด้านกลยุทธ์ ด้านการปฏิบัติงาน ด้านผลกำไรและด้านการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือระเบียบการปฏิบัติงานต่างๆ เพื่อป้องกันความเสียหายต่อทรัพยากรขององค์กรตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพและมีระบบจัดการควบคุมที่ดีเสริมสร้างความเชื่อมั่น รวมถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ถือหุ้น พนักงาน และผู้ที่เกี่ยวข้องอื่นๆตลอดจนการบริหารจัดการองค์กรและพัฒนาธุรกิจให้มีการเติบโตอย่างยั่งยืน

ความเสี่ยง (Risk) หมายถึง โอกาส/เหตุการณ์ที่มีความไม่แน่นอน หรือสิ่งที่ทำให้แผนงานหรือการดำเนินการอยู่ ณ ปัจจุบันไม่บรรลุวัตถุประสงค์/เป้าหมายที่กำหนดไว้ โดยก่อให้เกิดผลกระทบหรือความเสียหายต่อองค์กรในที่สุด ทั้งในแง่ของผลกระทบที่เป็นตัวเงินได้หรือผลกระทบที่มีต่อภาพลักษณ์และชื่อเสียงองค์กร

การบริหารความเสี่ยงองค์กร (Enterprise Risk Management) คือ กระบวนการที่ปฏิบัติโดยคณะกรรมการ ผู้บริหารและบุคลากรทุกคนในองค์กร เพื่อช่วยในการกำหนดกลยุทธ์และดำเนินงาน โดยกระบวนการบริหารความเสี่ยงได้รับการออกแบบเพื่อให้สามารถบ่งชี้เหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นและมีผลกระทบต่อองค์กร และสามารถจัดการความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่องค์กรยอมรับ เพื่อให้ได้รับความมั่นใจอย่างสมเหตุสมผลในการบรรลุวัตถุประสงค์ที่องค์กรกำหนดไว้

1.วัตถุประสงค์

1. กำหนดกรอบการปฏิบัติงานในกระบวนการบริหารความเสี่ยงของบริษัทที่มีความสอดคล้องกัน เพื่อนำไปปฏิบัติทั่วทั้งองค์กร

2. เพื่อให้มั่นใจว่า มีการกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบในการควบคุมความเสี่ยงที่ได้ระบุไว้อย่าง เหมาะสม

2. โยบายการบริหารความเสี่ยง

คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดนโยบายในการบริหารความเสี่ยงของบริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) ดังต่อไปนี้

1. กำหนดให้การบริหารความเสี่ยงเป็นความรับผิดชอบของพนักงานในทุกระดับชั้น ที่ต้องตระหนัก ถึงความเสี่ยงที่มีในการปฏิบัติงานในหน่วยงานของตนและองค์กร โดยให้ความสำคัญในการบริหารความเสี่ยงด้านต่างๆ ให้อยู่ในระดับที่เพียงพอและเหมาะสม

2. ให้มีกระบวนการบริหารความเสี่ยงองค์กรที่เป็นไปตามมาตรฐานที่ดีตามแนวปฏิบัติสากลเพื่อให้ เกิดการบริหารจัดการความเสี่ยง ที่อาจส่งผลกระทบกับการดำเนินงานของบริษัทอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดการพัฒนาและมีการปฏิบัติงานด้านการบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กรในทิศทางเดียวกันโดยนำระบบการบริหารความเสี่ยงมาเป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจ การวางแผนกลยุทธ์ แผนงานและการดำเนินงานของบริษัทรวมถึงการมุ่งเน้นให้บรรลุวัตถุประสงค์ เป้าหมาย วิสัยทัศน์ พันธกิจ และกลยุทธ์ที่กำหนดไว้ เพื่อสร้างความเป็นเลิศในการปฏิบัติงานและสร้างความเชื่อมั่นของผู้ที่เกี่ยวข้อง

3. มีการกำหนดแนวทางป้องกันและบรรเทาความเสี่ยงจากการดำเนินงานของบริษัทเพื่อหลีกเลี่ยง ความเสียหาย หรือความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้น รวมถึงการติดตามและประเมินผลการบริหารความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ และสนับสนุนให้บุคลากรทุกระดับสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลข่าวสารการบริหารความเสี่ยงอย่างทั่วถึง ตลอดจนการจัดระบบการรายงานการบริหารความเสี่ยงให้ผู้บริหารคณะอนุกรรมการบริหารความเสี่ยง คณะกรรมการตรวจสอบและคณะกรรมการบริษัทเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

3. กระบวนการบริหารความเสี่ยงองค์กร

กำหนดกระบวนการบริหารความเสี่ยง เพื่อให้ขั้นตอนและวิธีการในการบริหารความเสี่ยงเป็นไป อย่างมีระบบและดำเนินไปในทิศทางเดียวกันทั่วทั้งองค์กร โดยมีขั้นตอนสำคัญของกระบวนการบริหารความเสี่ยงองค์กร ดังภาพ

กระบวนการบริหารความเสี่ยง

หมายเหตุ : RMC หมายถึง คณะอนุกรรมการบริหารความเสี่ยงความเสี่ยง

นอกจากนี้ บริษัทได้นำการบริหารความเสี่ยงที่สอดคล้องกับมาตรฐาน ISO 9001 : 2015 &ISO14001: 2015 ซึ่งกำหนดวิธีปฏิบัติในแต่ละขั้นตอนของการบริหารความเสี่ยงมาปรับใช้ในการพัฒนากระบวนการบริหารความเสี่ยงของบริษัทฯ

4. การทบทวนนโยบาย

คณะอนุกรรมการบริหารความเสี่ยงต้องมีการทบทวนนโยบายฉบับนี้เป็นประจำทุกปี หากมีการ เปลี่ยนแปลงจะนำเสนอให้คณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติ